มตช. 10-2565

1. ชื่อมาตรฐาน
ภาษาไทย : การจัดการเพื่อมุ่งสู่การฝังกลบ กากอุตสาหกรรมเป็นศูนย์ – ข้อกำหนด
2. การประกาศใช้
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 30 มีนาคม 2566
3. หน่วยงานเจ้าของมาตรฐาน
สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
4. ประเภทมาตรฐาน
มาตรฐานนี้เป็นข้อกำหนดซึ่งสามารถใช้ประเมินความสอดคล้อง สามารถการตรวจสอบและรับรองได้ องค์กรที่ต้องการแสดงให้เห็นถึงความสอดคล้องตามมาตรฐานนี้สามารถทำโดย
– พิจารณาด้วยตนเองและประกาศตนเอง (self-declaration)
– ให้การยืนยันความสอดคล้องโดยหนวยงานซึ่งมีความเกี่ยวของกับองค์กร เช่น ลูกค้า
– ให้การรับรอง โดยหน่วยงานภายนอกองค์กร (third party)
5. ขอบเขตและการนำมาตรฐานไปใช้
มาตรฐานนี้ระบุข้อกำหนดสำหรับการจัดการกากอุตสาหกรรมภายในองค์กร เพื่อลดการเกิดขยะ และลดการฝัง กลบกากอุตสาหกรรม เพื่อมุ่งสู่การฝังกลบกากอุตสาหกรรมเป็นศูนย์
มาตรฐานฉบับนี้สามารถประยุกต์ใช้กับองค์กรทุกประเภท ทุกขนาด ที่มีนโยบายหรือความมุ่งมั่นในการจัดการกาก อุตสาหกรรมเพื่อมุ่งสู่การฝังกลบกากอุตสาหกรรมเป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill)
6. ประโยชน์ของการนำมาตรฐานไปใช้
• สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยสามารถตรวจสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์พลาสติกรีไซเคิลได้
• ลดการใช้วัตถุดิบใหม่ และค่าใช้จ่ายด้านวัตถุดิบขององค์กร
• สร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการใช้งานแล้ว ที่สามารถนำกับมาใช้ประโยชน์ได้อีก
• ลดจำนวนขยะพลาสติกที่ต้องนำไปกำจัด
7. สาระสำคัญของมาตรฐาน
มาตรฐานนี้ ประกอบด้วย ส่วนที่เป็นข้อกำหนดทั่วไป คือ บทนำ และ ข้อ 1 – ข้อ 3 และส่วนที่เป็นข้อกำหนดสำหรับนำไปปฏิบัติ คือ ข้อ 4 – ข้อ 5 ดังนี้
บทนำ
1. ขอบข่าย
2. มาตรฐานอ้างอิง : มีจำนวน 2 ข้อ
3. ศัพท์และนิยามศัพท์ : มีจำนวน 5 ข้อ
4. การจัดการ กล่าวถึง
– ต้องกำหนดนโยบายที่แสดงถึงการลดกากอุตสาหกรรม เพื่อมุ่งสู่ ZWL
– ระบุกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับกากอุตสาหกรรมที่เกิดจากกิจกรรมภายในองค์กร โดยจัดทำเป็นเอกสาร สารสนเทศ และบูรณาการเข้ากับกิจกรรมขององค์กร
– กำหนด บทบาท ความรับผิดชอบ และอานาจหน้าที่แก่บุคลากรผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับกากอุตสาหกรรม
– มั่นใจว่าบุคลากรมีความรู้ สามารถปฏิบัติหน้าที่ให้สอดคล้องกับมาตรฐานนี้ โดยมีการเก็บรักษาเอกสารสารสนเทศ
– มั่นใจว่าทรัพยากรที่จำเป็นได้มีการจัดหาและรักษาไว้เพื่อการดำเนินการจัดการกากอุตสาหกรรมในองค์กรสอดคล้องกับข้อกำหนด
– จัดทำและควบคุมเอกสารสารสนเทศ
5. การจัดการกากอุตสาหกรรม กล่าวถึง
5.1 การวิเคราะห์สถานะองค์กร : ทบทวนขอบข่าย กฎหมาย สถานภาพปัจจุบัน วิเคราะห์การไหลกากฯ
– จัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องเป็นเอกสารสารสนเทศ
5.2 จัดทำแผนการดำเนินงาน
: รายละเอียด วิธีการลดกากอุตสาหกรรม การคำนวณการลดกากอุตสาหกรรม การติดตามผล
– ระบุเทคนิค วิธีการ หรือกลไก ในการลดกากอุตสาหกรรม
– กำหนดเกณฑ์ วิธีการคำนวณปริมาณกากอุตสาหกรรม อัตราการแปรผัน วิเคราะห์และจัดเก็บข้อมูล
: กำหนดวิธีการหาอัตราการแปรผันกากอุตสาหกรรม
5.3 กำหนดกลยุทธ์และแผนงาน : วัตถุประสงค์ ตัวชี้วัด และวางแผนเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์
5.4 ดำเนินการตามแผน
– จัดทำเกณฑ์การปฏิบัติ การควบคุม กระบวนการจัดการกากอุตสาหกรรม
– บันทึกข้อมูลกากอุตสาหกรรม และการจัดการ ในแต่ละช่วงเวลา
– กำหนดเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้ดำเนินการขนย้าย หรือกาจัดกากอุตสาหกรรม
– ทบทวนความถูกต้องของข้อมูลการคำนวณอัตราการแปรผันกากอุตสาหกรรม
– ประเมินและทบทวนประสิทธิผลการดำเนินการ เป็นระยะ ๆ
– จัดทำรายผลการลดปริมาณกากอุตสาหกรรม
– ปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
6. ภาคผนวก ก. การวิเคราะห์การไหลของกากอุตสาหกรรม
– กระบวนการรับวัตถุดิบ เช่น บรรจุภัณฑ์ที่ใช้บรรจุวัตถุดิบ
– กระบวนการผลิต เช่น เศษวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์เสื่อมคุณภาพ
– กระบวนการตรวจคุณภาพ เช่น สารเคมีใช้แล้วจากห้องปฏิบัติการ
– กระบวนการบำบัดของเสีย เช่น กากตะกอน ฝุ่นกรอง เขม่า ถุงกรอง
– กระบวนการซ่อมบารุง เช่น แบตเตอรี่รถยนต์ ชิ้นส่วนอุปกรณ์
– กระบวนการรื้อถอนอาคาร เช่น คอนกรีต โลหะ
– กระบวนการในสานักงาน เช่น ซากเครื่องใช้ไฟฟ้า หลอดฟลูออเรสเซนต์
7. ภาคผนวก ข. แนวทางในการลดของเสีย
– การลดการใช้วัสดุ (Reduce)
– การการใช้ช้ำ (Reuse)
– การรีไซเคิล (Recycle)
– การใช้เทคนิคการออกแบบใหม่เพื่อลดกากอุตสาหกรรม (Re-design)
– การย่อยสลาย (Compose)
– การใช้นวัตกรรมเพื่อการจัดการกากอุตสาหกรรม (Innovation)
– การเปลี่ยนกากอุตสาหกรรมเป็นพลังงาน (Waste-to-energy)
– การประสานความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในและภายนอกองค์กรเพื่อรักษาผลประโยชน์และสร้างคุณค่าทางธุรกิจร่วมกัน ตามหลักการความร่วมมือ (Collaboration)
8. ภาคผนวก ค. สูตรที่ใช้ในการคานวณ Waste diversion

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
– https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/140D075S0000000002800.pdf
– https://www.tisi.go.th/data/service/economic/5_281265.pdf

ปรับปรุงข้อมูลเมื่อเดือนมีนาคม 2567