Search มาตรฐานและกฎระเบียบ

มอก. 603-2546 มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมภาชนะแก้วที่ใช้กับอาหาร

ประเทศเกี่ยวข้อง
ไทย
สาขาอุตสาหกรรมสินค้า
อุตสาหกรรมเซรามิก,อุตสาหกรรมอาหาร
มาตรฐานประเภท
สมัครใจ
ขอบข่าย

ภาชนะแก้วที่ใช้กับอาหาร

สรุปรายละเอียดสำคัญ

ภาชนะแก้วที่ใช้กับอาหาร หมายถึง ภาชนะแก้วที่ใช้สำหรับการเตรียม การทำ การเก็บรักษา และการบริโภคอาหาร แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
(1)    ภาชนะแบบก้นตื้น (Flatware): ภาชนะที่ความลึกไม่เกิน 25 mm
(2)    ภาชนะแบบก้นลึก (Hollow ware): ภาชนะที่ความลึกเกิน 25 mm
โดยคุณลักษณะที่ต้องการตามที่ข้อกำหนดระบุ ได้แก่
–    ความจุ: ให้เป็นไปตามที่ระบุไว้ที่ฉลาก โดยมีเกณฑ์ความคลาดเคลื่อนไม่เกิน ± ร้อยละ 10 ของความจุระบุ
–    เส้นผ่านศูนย์กลาง: ให้เป็นไปตามที่ระบุไว้ที่ฉลาก โดยมีเกณฑ์ความคลาดเคลื่อนไม่เกิน ± ร้อยละ 5 ของเส้นผ่านศูนย์กลางระบุ
–    ความหนา: ภาชนะแก้วต้องหนาสม่ำเสมอสมนัยกัน
–    วัสดุและการทำ: ภาชนะแก้วที่ใช้กับอาหารโดยทั่วไป ทำจากทรายแก้ว โซดาแอช หินปูน เป็นส่วนผสมหลัก นำมาหลอมที่อุณหภูมิสูงจนเป็นเนื้อเดียวกันแล้วผ่านกระบวนการขึ้นรูปเป็นภาชนะ
–    ลักษณะโดยทั่วไป: ต้องไม่ปรากฏราอยร้าว รอยราน เศษหิน หรือโพรงอากาศ ที่มองเห็นได้ชัด ขอบบนของภาชนะแก้วจะต้องเรียบ ภาชนะแก้วต้องตั้งได้ตรง ไม่โคลง หูของภาชนะหรือก้านต้องอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องตามแบบและรอยต่อต้องเรียบเป็นเนื้อเดียวกัน ปากหรือพวยต้องมีลักษณะที่ยกขึ้นรินแล้วไม่ทำให้ของเหลวไหลย้อยลงมาตามภาชนะ
–    ความทนต่อการเปลี่ยนอุณหภูมิโดยฉับพลัน: ภาชนะแก้วต้องไม่ร้าว
–    ความเครียด: เมื่อตรวจสอบโดยเครื่องตรวจสอบความเครียด (Strain viewer) ต้องไม่ปรากฏริ้วแทรกสอด (Interference fringe) ที่เกิดขึ้นเนื่องจากความเครียดในเนื้อแก้ว
–    ความทนแรงกระแทก: ต้องไม่เกิดรอยร้าวหรือมีส่วนใดส่วนหนึ่งบิ่น
–    ความคงทนของสีพิมพ์: สีต้องไม่หลุดลอกออก และต้องไม่มีตะกอนขุ่นข้นเกิดขึ้น
–    ปริมาณตะกั่วและแคดเมียม: ทดสอบตาม มอก. 32 วิธีทดสอบตะกั่วและแคดเมียมที่ละลายจากภาชนะเซรามิก ภาชนะเซรามิกแก้ว และภาชนะแก้วที่ใช้กับอาหาร โดยปริมาณตะกั่วและแคดเมียมที่สกัดได้ จะต้องไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในตารางที่ 2
–    สภาพด่าง (Alkalinity): ต้องไม่เกิน 4 mg/dm3

แหล่งข้อมูล:
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/00127230.PDF