พรรณเพ็ญ วัยเจริญ
ภาพชีวิตที่สวยงามของวัยเยาว์อาจถูกทำลายลงได้อย่างง่ายดายด้วยเงาของความรุนแรง สถานการณ์ที่เด็กคนหนึ่งกำลังเติบโตอย่างมีความสุข มีรอยยิ้ม มีความฝัน และมีอนาคต แต่แล้ววันหนึ่ง ความรุนแรงก็เข้ามาพรากสิ่งเหล่านั้นไป ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงทางร่างกาย จิตใจ หรือทางเพศ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเด็กที่ตกเป็นเหยื่อต้องเผชิญกับระบบที่ไม่เป็นมิตรจากหลายหน่วยงาน ทำให้ถูกสอบถามถึงเหตุการณ์นั้นหลายครั้ง จึงจำเป็นต้องเล่าเรื่องที่น่าเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความทุกข์ทรมานก็ยิ่งทับถมหนักขึ้นไปอีก สิ่งนี้คือการบาดเจ็บซ้ำ (Secondary Trauma) ที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจอันเนื่องมาจากระบบที่ขาดการประสานงานกัน บาดแผลเหล่านั้นมักฝังลึกและยาวนานกว่าที่คนส่วนใหญ่จะนึกถึง สถานการณ์เช่นนี้มีข้อเท็จจริงอยู่ว่าผู้ใหญ่มากกว่าหนึ่งพันล้านคนทั่วโลกก็เคยประสบกับความรุนแรงทางเพศในวัยเด็กมาก่อนเช่นกัน
ความรุนแรงต่อเด็กคือวิกฤตที่เราต้องไม่มองข้าม
จากสถานการณ์ดังกล่าวแสดงว่าทุกครอบครัว ทุกชุมชน ย่อมมีผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่กับรอยแผลเป็นในจิตใจที่มองไม่เห็นนี้ ความรุนแรงต่อเด็กไม่ได้จบลงแค่วันที่เหตุการณ์เกิดขึ้นเท่านั้น แต่ยังสร้างรอยแผลทางจิตใจและร่างกายที่ส่งผลต่อชีวิตไปอีกนาน บางคนอาจกลายเป็นโรคซึมเศร้า ความวิตกกังวล หรือแม้แต่ปัญหาด้านสุขภาพจิตหรือพฤติกรรมไม่ปกติที่ส่งผ่านจากคนรุ่นหนึ่งสู่คนอีกรุ่นหนึ่งอีกด้วย
IWA 49 แนวทางเพื่อเด็กที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง
ไอเอสโอตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นทั่วโลกเป็นอย่างดี จึงได้พัฒนาเอกสาร IWA 49, Child-friendly multidisciplinary and interagency response services for children who are victims of violence — Requirements and recommendations (IWA: International Workshop Agreement) ซึ่งเป็นกรอบมาตรฐานระดับโลกที่มุ่งเปลี่ยนแปลงวิธีที่สังคมตอบสนองต่อเด็กที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงเพื่อให้เด็กๆ ได้รับการดูแลอย่างที่สมควรได้รับอย่างแท้จริง
เอกสารฉบับนี้เป็นครั้งแรกที่มีกรอบสากลในการกำหนดบริการช่วยเหลือเด็กที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงโดยได้แรงบันดาลใจจากแบบจำลองบาร์นาฮุส (Barnahús) หรือ “บ้านเด็ก” ของไอซ์แลนด์ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการรวบรวมบริการสวัสดิการเด็ก การสืบสวนคดีอาญา การดูแลทางการแพทย์ และการบำบัดจิตใจไว้ในที่เดียวกัน ทำให้เด็กไม่จำเป็นต้องเดินทางไปหลายหน่วยงาน และไม่ต้องพูดถึงความรุนแรงที่ถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำอีกจนเกิดบาดแผลในจิตใจ
กรอบการทำงานนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญกว่า 100 คนจากกว่า 20 ประเทศ รวมถึงองค์กรยูนิเซฟ คณะกรรมการสิทธิเด็กแห่งองค์การสหประชาชาติ (Committee on the Rights of the Child – CRC) และหน่วยงานสำคัญอื่นๆ ซึ่งริเริ่มโดยสมาชิกของไอเอสโอคือสถาบันมาตรฐานแห่งชาติของประเทศไอซ์แลนด์ (IST) และสถาบันมาตรฐานแห่งชาติของประเทศสวีเดน (SIS) โดยมีการนำเสียงของเด็กและผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงมาพิจารณามาเป็นส่วนหนึ่งในมาตรฐานนี้ด้วย
โลกที่ดีขึ้นมาจากรากฐานสังคมที่ดี
เด็กคือรากฐานของสังคม ไม่มีอนาคตใดที่สดใสหากรากฐานของสังคมไม่มั่นคง เมื่อเด็กเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ได้รับความรัก ได้รับความยุติธรรม และได้รับการเยียวยาเมื่อได้รับบาดเจ็บ พวกเขาจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพจิตดี มีความเห็นอกเห็นใจ และพร้อมสร้างสรรค์สังคมที่ดีกว่าเดิม แต่หากเราปล่อยให้บาดแผลในวัยเด็กถูกทิ้งไว้โดยไม่ได้เยียวยา สิ่งที่ตามมาคือวงจรของความรุนแรงที่ส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่นโดยไม่มีวันสิ้นสุด
มาตรฐาน IWA 49 จึงไม่ได้เป็นเพียงเอกสารทางเทคนิค แต่เป็นการส่งสัญญาณว่าโลกของเราเลือกที่จะยืนเคียงข้างเด็ก มาตรฐานนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 16.2 ในการยุติความรุนแรงต่อเด็ก และเป้าหมายที่ 16.3 ในการส่งเสริมการเข้าถึงความยุติธรรม รวมถึงเป้าหมายที่ 5 เรื่องความเสมอภาคทางเพศซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเสาหลักของสันติภาพที่ยั่งยืน
การปกป้องเด็กเริ่มจากเราทุกคน
การปกป้องเด็กไม่ใช่ภารกิจของรัฐบาลหรือผู้เชี่ยวชาญเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นความรับผิดชอบของสังคมทั้งหมด ตั้งแต่พ่อแม่ ครู เพื่อนบ้าน ไปจนถึงผู้บริหารนโยบาย เราทุกคนมีบทบาทในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก การรับรู้ถึงสัญญาณเตือน การกล้าพูด และการสนับสนุนให้เด็กที่ได้รับบาดเจ็บเข้าถึงความช่วยเหลือโดยเร็ว ล้วนเป็นก้าวเล็กๆ ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้
โลกที่สงบสุขและยั่งยืนนั้นไม่ได้สร้างขึ้นจากข้อตกลงระหว่างผู้นำรัฐบาลเท่านั้น แต่สร้างขึ้นจากเด็กแต่ละคนที่กำลังเติบโตอย่างมีศักดิ์ศรี ปราศจากความกลัว และเต็มไปด้วยความหวัง ถึงเวลาแล้วที่เราในฐานะสมาชิกของสังคมโลก จะช่วยกันปกป้องสิทธิของเด็กทุกคนเพราะสันติภาพที่แท้จริงไม่อาจเกิดขึ้นได้ในโลกที่ยังมีเด็กถูกทำร้าย การปกป้องเด็กในวันนี้ คือการสร้างสันติภาพให้โลกในวันพรุ่งนี้
ท่านที่สนใจข้อมูลองค์ความรู้เกี่ยวกับ SDGs หรือต้องการรับบริการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ฝ่ายบริการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน โทรศัพท์ 026171723 – 36 Email: [email protected]
1,661 ผู้เข้าชมทั้งหมด







