พรรณเพ็ญ วัยเจริญ
ปัจจุบัน วิกฤตการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการขาดแคลนทรัพยากรพลังงานกลายเป็นความท้าทายระดับโลก ภาคอุตสาหกรรมและองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลกจึงหันมาให้ความสำคัญกับ “การจัดการพลังงานอย่างเป็นระบบ” อย่างมาตรฐาน ISO 50001 (Energy Management System – EnMS) ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญอีกอย่างหนึ่งในการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ความยั่งยืน
มาตรฐาน ISO 50001 คือมาตรฐานสากลที่กำหนดข้อกำหนดสำหรับระบบการจัดการพลังงาน โดยมุ่งเน้นให้องค์กรสร้างระบบและกระบวนการที่จำเป็นเพื่อปรับปรุงสมรรถนะด้านพลังงาน (Energy Performance) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งครอบคลุมทั้งประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การใช้ประโยชน์ และการบริโภคพลังงาน
การนำ ISO 50001 มาใช้จะช่วยให้องค์กรสามารถระบุโอกาสในการลดการใช้พลังงาน ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และที่สำคัญที่สุดคือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Emissions) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักของภาวะโลกร้อน
จุดเชื่อมโยงระหว่าง ISO 50001 และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
เมื่อพิจารณาผ่านกรอบขององค์การสหประชาชาติ (United Nations) ที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs (Sustainable Development Goals) จะพบว่า ISO 50001 มีความสอดคล้องโดยตรงกับเป้าหมายสำคัญหลายประการ ดังนี้:
- SDG 7 พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ (Affordable and Clean Energy) เป้าหมายนี้มุ่งเน้นการยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานในระดับสากล โดยมีภารกิจสำคัญคือ การเพิ่มอัตราการปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานของโลกให้เร็วขึ้นเป็น 2 เท่า ภายในปี 2030 (Target 7.3) ซึ่งการนำมาตรฐาน ISO 50001 เข้ามาใช้จะช่วยให้องค์กรมีระบบการวิเคราะห์ข้อมูลและวางแผนประหยัดพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม เปลี่ยนนโยบายระดับโลกให้เป็นการลงมือปฏิบัติจริงในระดับองค์กรซึ่งถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้ภาพรวมของโลกบรรลุเป้าหมายการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
- SDG 9: อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน (Industry, Innovation, and
Infrastructure) การที่องค์กรปรับปรุงกระบวนการผลิตหรืออาคารสำนักงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานการจัดการพลังงานถือเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนและมีการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดพลังงาน - SDG 12: การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (Responsible Consumption and Production) ISO 50001 สนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลืองในกระบวนการผลิต ช่วยให้องค์กรสามารถลด Carbon Footprint ของผลิตภัณฑ์และบริการได้ตั้งแต่ต้นทาง
- SDG 13: การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Action) นี่คือจุดเชื่อมโยงที่ชัดเจนที่สุด เนื่องจากการใช้พลังงานลดลง ย่อมส่งผลให้ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิลลดลงตามไปด้วย การรับรองมาตรฐาน ISO 50001 จึงเป็นเครื่องยืนยันว่าองค์กรมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาวิกฤตสภาพภูมิอากาศอย่างแท้จริง
“ISO 50001” ประโยชน์ที่มากกว่าการประหยัดพลังงาน
นอกจากประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว การได้รับการรับรองระบบการจัดการพลังงานยังช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน องค์กรที่ได้รับมาตรฐานนี้จะทำให้ได้รับความน่าเชื่อถือในสายตาคู่ค้าและนักลงทุนระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับเกณฑ์ ESG (Environmental, Social, and Governance) ซึ่งเป็นเทรนด์การลงทุนที่ยั่งยืนในปัจจุบัน
ISO 50001 ไม่ได้เป็นเพียงภารกิจของฝ่ายวิศวกรรมหรือฝ่ายซ่อมบำรุงเท่านั้น แต่เป็นกลยุทธ์ระดับบริหารที่เชื่อมโยงเป้าหมายทางธุรกิจเข้ากับความรับผิดชอบต่อโลก การเริ่มต้นวางรากฐานด้วยระบบการจัดการพลังงานที่มีมาตรฐานจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว และยังป็นกุญแจสำคัญที่นำพาสังคมไทยและโลกไปสู่เป้าหมายความยั่งยืน (SDGs) ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนอีกด้วย
ท่านที่สนใจข้อมูลองค์ความรู้หรือบริการรับรองระบบการจัดการพลังงานเพื่อก้าวสู่การเป็นองค์กรผู้นำด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมระดับสากล สามารถติดต่อได้ที่ฝ่ายรับรองระบบ Email: [email protected] โทรศัพท์ 02-617-1727
ที่มา: https://www.masci.or.th/service/cert-iso50001/
59,653 ผู้เข้าชมทั้งหมด







