ISO 20121, Event sustainability management systems – Requirements with guidance for use ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 2555 (ค.ศ.2012) และให้แนวทางชี้แนะองค์กรต่างๆ ในการบูรณาการความยั่งยืนเข้ากับการวางแผนและการดำเนินกิจกรรมของตนในทุกแง่มุมโดยมีการพิจารณาผลกระทบทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ปัจจุบัน ไอเอสโอได้ปรับปรุงมาตรฐานฉบับนี้ในปี 2567 (ค.ศ.2024) โดยเน้นให้อุตสาหกรรมการจัดงานอีเว้นท์ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น
ความสำเร็จที่เกิดขึ้นหลังจากได้มีการนำมาตรฐาน ISO 20121 ไปใช้เมื่อปี 2555 (ค.ศ.2012) เป็นครั้งแรก คือทำให้มีการจัดงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถบริหารจัดการต้นทุนผ่านการจัดการขยะที่ดีขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าได้อย่างเห็นได้ชัด เช่น การจัดงานโอลิมปิกลอนดอน 2012 ของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) และการจัดกิจกรรมการเดินเรือของ Weymouth and Portland National Sailing Academy (WPNSA) ที่ลอนดอน
หลังจากนั้น มีการจัดงานระดับโลกอีกหลายครั้งที่มีการนำมาตรฐาน ISO 20121 ไปใช้ และได้รับการรับรอง เช่น การจัดเทศกาลดนตรีนานาชาติบาลเลแล็ค (Balélec Music Festival) ที่เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2558 (ค.ศ.2015) การจัดงานกีฬาโอลิมปิกเกมของ IOC อีกหลายครั้ง นับตั้งแต่งานโอลิมปิกฤดูร้อน 2016 ที่ริโอ งานโอลิมปิกฤดูหนาว 2018 ที่เปียงยาง งานโอลิมปิกฤดูร้อน 2020 ที่โตเกียว ไปจนถึงงานโอลิมปิกฤดูหนาว 2022 ที่ปักกิ่ง และล่าสุดในปี 2567 นี้การจัดประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ก็ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO 20121 เช่นกัน
เดวิด สตับส์ อดีตหัวหน้าฝ่ายความยั่งยืนของการจัดงานโอลิมปิกลอนดอน 2012 ได้กล่าวไว้ว่าตั้งแต่มีการนำมาตรฐาน ISO 20121 ไปใช้ในการจัดงานโอลิมปิกลอนดอน 2012 ก็ได้ทำให้เกิดโอกาสในการเปลี่ยนแปลงวิธีการวางแผนและการจัดเตรียมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกทุกฉบับซึ่งมีการปฏิบัติอย่างสอดคล้องกับมาตรฐาน อีกทั้งยังมีการนำไปปรับใช้ในงานอื่น ๆ นอกเหนือจากการจัดงานกีฬาโอลิมปิกด้วย และในปี 2567 (ค.ศ.2024) นี้ การจัดกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนที่ปารีส ก็มีการนำมาตรฐานฉบับนี้ไปใช้เช่นกัน ถือเป็นการรับมือกับความท้าทายด้านความยั่งยืนระดับโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเป็นการยกระดับมาตรฐานสำหรับการจัดงานกีฬาและงานอีเว้นท์อื่น ๆ ทั่วโลกด้วย
ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเรื่องความยั่งยืนจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของแผนงานเชิงกลยุทธ์ของ IOC เนื่องจากวาระโอลิมปิก 2020+5 จัดเตรียมขึ้นมาเพื่อให้สอดคล้องกับข้อตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดย IOC มุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซทั้งทางตรงและทางอ้อมลง 50 % ภายในปี 2573 (ค.ศ.2030) โดยจะชดเชยมากกว่าการปล่อยก๊าซที่เหลือผ่านโครงการ Olympic Forest ตั้งแต่ปี 2573 เป็นต้นไป การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกทั้งหมดจะต้องปฏิบัติตามสัญญาในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนและชดเชยการปล่อยก๊าซที่เหลือมากกว่า 100 % ซึ่งการจัดงานกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน “ปารีส 2024” จะเป็นการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งแรกที่สอดคล้องกับข้อตกลงปารีสฯ โดยคาดว่าจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งก่อน
จากการพิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รัดกุมมากขึ้น ความรับผิดชอบต่อสังคมที่มากขึ้น และความมุ่งมั่นในการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในระยะยาว ทำให้มาตรฐาน ISO 2012 ฉบับปรับปรุงใหม่ ปี 2024 สะท้อนถึงการมุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืนซึ่งเป็นเครื่องมือที่ทำให้ผู้จัดงานอีเว้นท์สามารถสร้างความแตกต่างและการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง
การจัดงานอีเว้นท์ต่างๆ จึงไม่เพียงแต่ให้ความบันเทิงและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้จัดงานและผู้เข้าร่วมงานเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยให้โลกและสังคมมีความยั่งยืนมากขึ้น และช่วยสร้างสังคมที่ดีขึ้นให้กับคนรุ่นต่อ ๆ ไปด้วย
หากสนใจองค์ความรู้หรือบริการรับรองตามมาตรฐานการบริหารการจัดการงานอย่างยั่งยืน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายรับรองระบบ โทรศัพท์ 026171723 – 36 หรือ Email: [email protected]
ที่มา:
1. https://www.iso.org/standard/86389.html
2. https://www.bsigroup.com/globalassets/documents/iso-20121/case-studies/bsi-iso-20121-case-study-wpnsa-uk-en.pdf
3. https://olympics.com/ioc/news/ioc-receives-iso-20121-certification-for-sustainability-performance-at-corporate-events
2,498 ผู้เข้าชมทั้งหมด







