พรรณเพ็ญ วัยเจริญ
องค์การสหประชาชาติคาดการณ์ว่าภายในปี 2593 (ค.ศ.2050) ประชากรโลกมากกว่า 1 ใน 5 จะมีอายุเกิน 60 ปี และหลายประเทศในเอเชีย รวมทั้งประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์เร็วกว่าที่คาดไว้ ทำให้เทคโนโลยีเอไอ ระบบไอโอที และบ้านอัจฉริยะอาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คำถามที่สำคัญคือแล้วเทคโนโลยีเหล่านั้นจะได้รับการออกแบบมาเพื่อทุกคนรวมทั้งผู้สูงวัยได้อย่างไร
ความเป็นจริงที่หลายองค์กรและรัฐบาลทั่วโลกต้องยอมรับคือ ผู้สูงอายุจำนวนมากยังคงไม่สามารถเข้าถึงบริการและเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้เนื่องจากมี “กำแพงดิจิทัล” เช่น อินเทอร์เฟซที่ซับซ้อน คำสั่งเสียงที่ไม่รองรับสำเนียงท้องถิ่น หรือระบบที่ไม่ได้ถูกทดสอบกับผู้ใช้ที่มีข้อจำกัดทางร่างกายหรือการรับรู้ (ยังไม่รวมถึงความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลโดยรวม) ช่องว่างนี้ไม่ใช่แค่ปัญหาของความสะดวกสบายเท่านั้น แต่เป็นปัญหาด้านความปลอดภัยและสิทธิมนุษยชนด้วย
เสาหลักของเอกสาร ISO/TS 25558 เพื่อผู้สูงวัย
สำหรับการออกแบบเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ผู้สูงวัยนั้น ไอเอสโอได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้โดยได้พัฒนาข้อกำหนดทางเทคนิคซึ่งเป็นแนวทางสำหรับการเพิ่มความปลอดภัยและการใช้งานผลิตภัณฑ์ บริการ และระบบบ้านอัจฉริยะสำหรับผู้สูงอายุและได้เผยแพร่เอกสารฉบับนี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ในชื่อ ISO/TS 25558, Ageing societies — Guidance for enhancing safety and usability of smart home products, services, and systems for older persons in smart home environment อันเป็นก้าวสำคัญในการวางมาตรฐานที่ให้ความสำคัญกับผู้สูงวัยอย่างเป็นระบบ
มาตรฐานดังกล่าวครอบคลุมถึงแง่มุมสำคัญต่างๆ เช่น ความปลอดภัย (Safety) ซึ่งเป็นการป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากอินเทอร์เฟซที่สับสนหรือความล้มเหลวของระบบ AI ในสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย การใช้งาน (Usability) ซึ่งเป็นการออกแบบเพื่อรองรับผู้ที่มีความรู้ด้านดิจิทัลในหลากหลายระดับ และผู้ที่มีการเปลี่ยนแปลงทางสายตา การได้ยิน หรือสมรรถภาพทางกาย และการทำงานร่วมกัน (Interoperability) ซึ่งเป็นแนวทางให้อุปกรณ์และบริการอัจฉริยะทำงานเชื่อมโยงกันเพื่อสนับสนุนการใช้ชีวิตอย่างอิสระในบ้านของตนเอง
สิ่งที่น่าสนใจคือเอกสาร ISO/TS 25558 ไม่ได้คำนึงถึงผู้สูงอายุในฐานะกลุ่มพิเศษ แต่ยึดหลักว่าการออกแบบที่ดีสำหรับผู้สูงวัยย่อมดีสำหรับทุกคน แนวคิดนี้เรียกว่า “การออกแบบสากล” (Universal Design) ซึ่งสอดรับกับหลักการที่ว่าหากเราออกแบบให้รองรับความต้องการที่หลากหลายที่สุด ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมในวงกว้าง
เอไอในบ้านอัจฉริยะคือโอกาสและความรับผิดชอบ
บ้านอัจฉริยะในยุคปัจจุบันไม่ได้หมายถึงแค่การเปิดหรือปิดไฟด้วยเสียงเท่านั้น แต่รวมถึงระบบอำนวยความสะดวกอื่นๆ ด้วย เช่น ตรวจจับการหกล้ม ผู้ช่วยเอไอที่สามารถแจ้งเตือนญาติหรือเจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน ระบบติดตามยา และอุปกรณ์สวมใส่ที่วัดสัญญาณชีพแบบต่อเนื่องซึ่งสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการใช้ชีวิตอย่างอิสระนั้น เทคโนโลยีเหล่านี้สามารถเป็น เกราะป้องกันที่ดีสำหรับผู้สูงอายุ
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงก็มีอยู่เช่นกัน ระบบเอไอที่ใช้ข้อมูลสุขภาพและพฤติกรรมของผู้สูงอายุจำเป็นต้องมีมาตรการด้านความเป็นส่วนตัวและจริยธรรมที่แข็งแกร่ง ดังนั้น มาตรฐานในปี 2569 จึงให้ความสำคัญกับประเด็นเหล่านี้อย่างชัดเจนโดยกำหนดให้นักออกแบบและผู้พัฒนาต้องประเมินความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้ใช้สูงอายุตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่เพียงในขั้นตอนการออกแบบเบื้องต้นเท่านั้น
มาตรฐานสากลที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในทางปฏิบัติกับ SDGs
งานของคณะกรรมการวิชาการ ISO/TC 314 ด้านสังคมผู้สูงอายุมีการเชื่อมโยงโดยตรงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) ข้อที่ 10 ขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยการลดความเหลื่อมล้ำ และข้อที่ 3 ว่าด้วยสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ดังนั้น มาตรฐาน ISO 25556, Ageing societies — General requirements and guidelines for ageing-inclusive digital economy จึงสนับสนุนให้ผู้สูงอายุไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลในขณะที่ ISO 25557 และ ISO 25553-1, ได้วางกรอบด้านคุณภาพการดูแลและการอยู่ร่วมกันในชุมชนที่ครอบคลุมทุกช่วงวัย
สำหรับประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรอย่างรวดเร็ว มาตรฐานเหล่านี้จึงเป็นประโยชน์ในการเป็นแผนที่นำทางที่ชัดเจนให้กับหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และนักออกแบบเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้สูงอายุได้อย่างแท้จริง
ในโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็วจนเกินกว่าที่มนุษย์จะปรับตัวได้ทันจริงๆ มาตรฐานสากลเปรียบเสมือนสะพานที่เชื่อมระหว่างนวัตกรรมกับความเป็นมนุษย์ซึ่ง ISO/TS 25558 ก็ไม่ได้เป็นเพียงเอกสารทางเทคนิค แต่เป็นการประกาศเจตนารมณ์ว่าผู้สูงวัยทุกคนสมควรได้รับการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความมีศักดิ์ศรี และความเป็นอิสระ
ไอเอสโอสนับสนุนให้ผู้ออกแบบ นักพัฒนา และผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกมีการนำแนวทางเหล่านี้ไปปฏิบัติเพื่อร่วมกันสร้างโลกที่เอไอและเทคโนโลยีดิจิทัลสามารถทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้สูงวัยซึ่งจะช่วยให้ผู้สูงวัยมีช่วงชีวิตที่มีคุณภาพและเปี่ยมด้วยความหมายในการดำรงชีวิตอยู่ต่อไป
หากท่านสนใจข้อมูลองค์ความรู้หรือขอรับรองตามมาตรฐานระบบการจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศหรือมาตรฐานอื่นๆ สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ฝ่ายรับรองระบบ โทรศัพท์ 026171723 – 36 Email: [email protected]
ที่มา:
1. https://www.iso.org/committee/6810883.html
2. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/ageing-and-health
1,600 ผู้เข้าชมทั้งหมด







