อาหารปลอดภัยทั่วโลกด้วยพลังของ “มาตรฐานสากล”

Share
พรรณเพ็ญ วัยเจริญ

ทั่วโลกกำลังขับเคลื่อนความร่วมมือครั้งสำคัญภายใต้แนวคิด “จากภาระโรคสู่ทางออก สู่อาหารปลอดภัยในทุกแห่งหน” (From burden to solutions – safe food everywhere) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงทิศทางหลักของการรณรงค์เนื่องในวันความปลอดภัยอาหารสากล (World Food Safety Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 7 มิถุนายนของทุกปีโดยมีองค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เป็นแกนหลักในการผลักดัน

เป้าหมายสำคัญของการรณรงค์ คือการเปลี่ยนข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และสถิติการเจ็บป่วยจากอาหารปนเปื้อนให้กลายเป็นแนวทางปฏิบัติที่นำไปใช้ได้จริงเพื่อยกระดับระบบอาหารให้ปลอดภัยและยั่งยืน

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนถึงขนาดของปัญหาและความจำเป็นในการเร่งดำเนินการ  จึงขอนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับภาระโรคจากอาหารปนเปื้อนซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการวางแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ ดังต่อไปนี้

  1. จาก “ภาระโรค” สู่ “ทางออก” องค์การอนามัยโลก (WHO) ประเมินว่าในแต่ละปีมีผู้คนทั่วโลกราว 866 ล้านคนเจ็บป่วยจากอาหารปนเปื้อน และมีผู้เสียชีวิตราว 5 ล้านคนซึ่งแสดงให้เห็นถึงผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อระบบสาธารณสุข เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิต ข้อมูลเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนให้ทุกภาคส่วนหันมาใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยง และพัฒนาแนวทางป้องกันอย่างเป็นระบบเพื่อลดการเกิดโรคตั้งแต่ต้นทาง
  2. มาตรฐานสากลคือกลไกที่เปลี่ยนความรู้สู่การปฏิบัติ การเปลี่ยนข้อมูลความเสี่ยงให้เกิดผลในทางปฏิบัติ จำเป็นต้องอาศัย “มาตรฐานสากล” เป็นเครื่องมือสำคัญโดยไอเอสโอหรือองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐานมีบทบาทในการพัฒนามาตรฐานที่อิงหลักวิทยาศาสตร์เพื่อให้องค์กรในห่วงโซ่อาหารนำไปใช้ได้อย่างเป็นระบบ ตัวอย่างมาตรฐานอาหารที่สำคัญ ได้แก่ มาตรฐานระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหาร ISO 22000 ซึ่งครอบคลุมทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อาหาร และบูรณาการหลักการ HACCP เพื่อระบุและควบคุมจุดวิกฤตที่อาจก่อให้เกิดอันตราย   มาตรฐานโปรแกรมพื้นฐาน (Prerequisite Programs: PRPs) สำหรับการผลิตอาหาร เน้นด้านสุขลักษณะและสภาพแวดล้อมในการผลิต ISO 22002-1 และมาตรฐานสุขลักษณะที่ดีในการผลิตอาหารและระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุมในการผลิตอาหาร (GHPs & HACCP)

การประยุกต์ใช้มาตรฐานเหล่านี้ช่วยให้องค์กรสามารถแปลงองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ให้เป็นมาตรการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงของโรคที่เกิดจากอาหารได้อย่างเป็นรูปธรรม

  1. ความปลอดภัยอาหารเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน ความปลอดภัยของอาหารไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วนภายใต้แนวคิด “Food Safety is Everyone’s Business” ซึ่งประกอบด้วยแนวทางสำคัญ ได้แก่
  • การขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ภาครัฐใช้ข้อมูลและหลักฐานจาก WHO และแหล่งวิชาการอื่นในการกำหนดนโยบายและจัดการความเสี่ยงอย่างตรงจุด
  • การประยุกต์ใช้ในระดับสากล ส่งเสริมการใช้มาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ เช่น Codex Alimentarius ซึ่งจัดทำโดย FAO และ WHO ควบคู่กับแนวปฏิบัติด้านสุขอนามัยในชีวิตประจำวัน
  • ความร่วมมือทั้งห่วงโซ่อาหาร  ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ผลิต ผู้ขนส่ง ผู้จำหน่าย จนถึงผู้บริโภค ต่างมีบทบาทในการรักษาความปลอดภัยของอาหาร

วันความปลอดภัยอาหารสากลไม่ได้เป็นเพียงการรณรงค์เชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นการย้ำเตือนว่าปัญหาอาหารปนเปื้อนนั้นสามารถป้องกันได้หากมีการใช้ข้อมูลอย่างถูกต้อง มีมาตรฐานที่น่าเชื่อถือ และมีความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ท่านที่สนใจองค์ความรู้หรือบริการด้านการรับรองมาตรฐานระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหารเพื่อมีส่วนสำคัญในการสร้างระบบอาหารที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายรับรองระบบ โทรศัพท์ 026171723 – 36  หรือ Email: [email protected]

ที่มา:

1. https://www.masci.or.th/service/cert-iso22000/
2.
https://www.ryt9.com/s/iq38/12820388#google_vignette

 45 ผู้เข้าชมทั้งหมด