เบื้องหลังโลกที่เป็นระเบียบคือการทำงานของไอเอสโอ

Share
พรรณเพ็ญ วัยเจริญ

เราเคยสงสัยไหมว่า ทำไมบัตรเครดิตของเราถึงรูดได้ทั่วโลก ทำไมกระดาษ A4 ที่เราซื้อจากร้านเครื่องเขียนในประเทศไทยถึงนำไปใช้กับเครื่องพิมพ์ที่ประเทศอื่นได้พอดี ทำไมระบบจัดการความปลอดภัยในโรงงานถึงมีหน้าตาคล้ายกันไม่ว่าจะอยู่ที่ประเทศไหนก็ตาม  เบื้องหลังของคำตอบที่ทำให้โลกเป็นระเบียบเรียบร้อยเช่นนี้ก็คือการทำงานของไอเอสโอหรือองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน (International Organization for Standardization) นั่นเอง

แล้วอะไรคือสิ่งที่อยู่เบื้องหลังความราบรื่นของมาตรฐานเหล่านั้น มาค้นหาคำตอบผ่านกลไกการทำงานของไอเอสโอไปพร้อมกันผ่าน 4 ประเด็นสำคัญ ดังต่อไปนี้

1. รากฐานที่แข็งแกร่งจากปี 2489 สู่ปัจจุบัน ไอเอสโอไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ แต่เป็นองค์กรอิสระที่เก่าแก่ที่สุดองค์กรหนึ่งของโลก ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2489 (ค.ศ.1946) โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนคือ “ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น ปลอดภัยขึ้น และดีขึ้น” ผ่านการส่งเสริมการค้าและความร่วมมือระหว่างประเทศ

ปัจจุบัน ไอเอสโอเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงสถาบันมาตรฐานแห่งชาติมากกว่า 170 ประเทศเข้าด้วยกันโดยแต่ละประเทศจะมีตัวแทนเพียงรายเดียวเท่านั้นเพื่อให้มั่นใจว่าเสียงของทุกประเทศจะได้รับการรับฟังอย่างเท่าเทียมกัน

2. พลังของฉันทามติ (Consensus) จุดเด่นที่ทำให้ไอเอสโอโดดเด่นคือวิธีแก้ปัญหาที่ทำได้จริงโดยไอเอสโอใช้วิธีระดมผู้เชี่ยวชาญระดับโลกมาพูดคุยและตกลงกันถึงวิธีที่ดีที่สุด (Best Practice) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเทคโนโลยี การจัดการ หรือกระบวนการผลิตเพื่อนำมาพัฒนาเป็นมาตรฐานสากล

ปัจจุบัน ไอเอสโอมีการพัฒนามาตรฐานแล้วกว่า 26,216 ฉบับ ครอบคลุมเกือบทุกประเภท ไอเอสโอมีกองทัพผู้เชี่ยวชาญคือคณะกรรมการวิชาการและคณะอนุกรรมการที่ดูแลการพัฒนามาตรฐานถึง 834 คณะ และสามารถดำรงความเป็นกลางได้ด้วยการจำหน่ายมาตรฐานเพื่อนำไปใช้ในกระบวนการพัฒนามาตรฐานโดยไม่ขึ้นอยู่กับเงินทุนของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

3. โครงสร้างการบริหารคือสมองและหัวใจของไอเอสโอ เพื่อให้องค์กรขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไอเอสโอจึงมีโครงสร้างการกำกับดูแลที่ชัดเจน ดังนี้

– สมัชชาใหญ่ (General Assembly) มีบทบาทสำคัญในการเป็นองค์กรสูงสุดซึ่งสมาชิกมากกว่า 170 ประเทศมารวมตัวกันปีละครั้งเพื่อกำหนดเป้าหมายเชิงกลยุทธ์
– คณะมนตรี (ISO Council) เปรียบเสมือนมือขวาที่กำกับการดูแลการดำเนินงานและทิศทางเชิงกลยุทธ์โดยรายงานตรงต่อสมัชชาใหญ่
– คณะกรรมการบริหารด้านเทคนิค (Technical Management Board: TMB) ทำหน้าที่ดูแลงานด้านเทคนิคทั้งหมด รวมถึงการจัดตั้งคณะกรรมการใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์โลกที่เปลี่ยนไป

นอกจากนี้ ยังมีคณะกรรมการนโยบายเฉพาะด้านที่น่าสนใจ เช่น
– คณะกรรมการด้านการตรวจสอบรับรอง (Committee on conformity assessment: CASCO) ซึ่งดูแลเรื่องการรับรองมาตรฐาน
– คณะกรรมการว่าด้วยนโยบายด้านผู้บริโภค (Committee on consumer policy: COPOLCO) ซึ่งดูแลสิทธิผู้บริโภค)
– คณะกรรมการว่าด้วยกิจกรรมของประเทศกำลังพัฒนา (Committee on developing country matters: DEVCO) ซึ่งสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนาเพื่อให้มาตรฐานเหล่านั้นเข้าถึงได้สำหรับผู้คนทั่วโลกอย่างแท้จริง

4. ก้าวใหม่ในปี 2569 ในยุคของ ดร. คาเล็ด ซูฟี ปี 2569 (ค.ศ.2026) ถือเป็นปีที่น่าตื่นเต้นสำหรับไอเอสโอเพราะตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นมา ดร. คาเล็ด ซูฟี (Dr. Khaled Soufi) จากสถาบันมาตรฐานและคุณภาพแห่งอียิปต์ (Egyptian Organization for Standardization and Quality: EOS) ได้เข้ามารับตำแหน่งประธานไอเอสโอคนใหม่โดยมีแนวคิดว่า “เมื่อร่วมมือกัน เราก็ทำอะไรได้อีกมาก” (Together, we can do a lot) และเน้นย้ำความสำคัญของการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 19–23 มกราคม 2569 ณ กรุงเจนีวา ในการประชุมคณะมนตรี (ISO Council) ที่มีการหารือร่วมกับธนาคารโลก (World Bank) เกี่ยวกับรายงานการพัฒนาระดับโลกปี 2025 (WDR 2025) การพบกันครั้งนี้เป็นการเน้นย้ำว่ามาตรฐานสากลไม่ใช่แค่เรื่องของเทคนิค แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและความยั่งยืนของโลกในอนาคต

ไอเอสโอได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเมื่อโลกหันมาคุยกันด้วยภาษามาตรฐานเดียวกัน อุปสรรคทางการค้าจะลดลง ความปลอดภัยจะเพิ่มขึ้น และนวัตกรรมจะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างไร้รอยต่อ เพราะมาตรฐานสากลไม่ได้พัฒนามาเพื่อให้อยู่บนกระดาษ แต่ไอเอสโอตั้งใจสร้างขึ้นมาเพื่อให้ชีวิตของผู้คนทั่วโลกดีขึ้นในทุกๆ วัน

สำหรับองค์กรที่สนใจองค์ความรู้หรือบริการด้านการจัดทำ พัฒนา หรือทบทวนเกณฑ์และมาตรฐาน สามารถติดต่อได้ที่ฝ่ายบริการเทคนิค โทรศัพท์ 026171723 – 36  หรือ Email: [email protected]

ที่มา:    

1. https://www.iso.org/about
2. https://shorturl.at/rmUsO

 1,262 ผู้เข้าชมทั้งหมด