ดร.ชวาธิป จินดาวิจักษณ์
จากบทความในครั้งที่แล้ว เรื่อง “Circular CSR Model สามารถสร้างวงจรเศรษฐกิจหมุนเวียนระดับชุมชนได้อย่างไร” ได้กล่าวถึงความท้าทายของอุตสาหกรรมการผลิตของไทยที่กำลังเผชิญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ยังไม่เอื้อต่อการหมุนเวียนวัสดุคืนจากตลาดผู้บริโภคปลายทางกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตอีกครั้ง นอกจากนี้ อุตสาหกรรม midstream และ upstream ขาดความสามารถในการควบคุมหรือบริหารจัดการวัสดุที่หมดอายุการใช้งานแล้วอย่างครบวงจรอีกด้วยในขณะที่อุตสาหกรรม downstream มักมีความใกล้ชิดกับตลาดผู้บริโภคมากกว่าซึ่งผู้เขียนได้เสนอแนะให้องค์กรผู้ผลิตในกลุ่ม upstream และ midstream มองหาทางเลือกใหม่โดยใช้ Circular CSR Model
บทความในครั้งนี้จึงขอแนะนำองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้ Circular CSR Model สามารถสร้างคุณค่าและได้ผลลัพธ์ตามที่มุ่งหวังซึ่งอยู่ใน 4 มิติหลักของ Circular CSR Model ดังต่อไปนี้
การพัฒนา Circular CSR Model สำหรับอุตสาหกรรมผลิตวัสดุกึ่งสำเร็จรูปที่มีข้อจำกัดในการปิดวงจรภายในอุตสาหกรรม จำเป็นต้องอาศัยกลไก “Community-Based Circular Loop” หรือการหมุนเวียนทรัพยากรในระดับชุมชน เพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนฐานรากโดยอาศัยวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิตเป็นตัวตั้งต้น โครงสร้างของโมเดลนี้ประกอบด้วย 4 มิติหลัก ได้แก่ มิติด้านวัสดุ (Material Loop), กระบวนการ (Process Loop), ตลาด (Value Loop), และผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม (Impact Loop) ดังรายละเอียดต่อไปนี้
มิติที่ 1: วัสดุ (Material Loop) การจัดการวัสดุเหลือใช้เป็นหัวใจสำคัญของ Circular CSR Model โดยโรงงานเป็นผู้จัดสรรทรัพยากรที่เหลือจากกระบวนการผลิต เช่น ขี้เลื่อย เศษไม้ และเศษสแตนเลส ให้กับชุมชนเพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม โดยในกรณีของขี้เลื่อยและเศษไม้ จะส่งเสริมการออกแบบผลิตภัณฑ์ในลักษณะ eco-design เช่น เฟอร์นิเจอร์ ของใช้ หรือผลิตภัณฑ์ตกแต่ง ในขณะที่เศษสแตนเลสจะผ่านการคัดแยกและตัดแต่งให้เหมาะสมสำหรับการนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน เช่น เก้าอี้เหล็ก เสื้อเกราะ หรือชั้นวางของขนาดเล็ก
แนวทางนี้สอดคล้องกับแนวคิดของ Omar (2017) ที่กล่าวถึงการสร้างคุณค่าใหม่จาก industrial waste เพื่อสร้างฐานเศรษฐกิจหมุนเวียนของอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนในระดับท้องถิ่น
มิติที่ 2: กระบวนการ (Process Loop) หลังจากจัดสรรวัสดุแล้ว จะเป็นขั้นตอนการออกแบบและแปรรูป โดยชุมชนจะทำหน้าที่เป็น co-producer ผ่านกลไกความร่วมมือในรูปแบบ Community Co-production ซึ่งชุมชนจะเป็นผู้ผลิตสินค้าเพื่อนำออกจำหน่ายในตลาดท้องถิ่นหรือออนไลน์ นอกจากนี้ ยังต้องสร้าง capacity-building ด้าน circular design, modular design และ upcycling เพื่อให้ผลิตภัณฑ์สามารถยืดอายุการใช้งานและนำกลับมาใช้ซ้ำในอนาคต
กระบวนการแปรรูปนี้ จะมีการบริหารจัดการ material flow อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การวางแผนว่าเศษสแตนเลส 1 กิโลกรัม จะถูกแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์กี่หน่วย เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด โดย Bridgens et al. (2018) อธิบายว่าการแปรรูปวัสดุเหลือใช้ในชุมชน คือกระบวนการ “creative upcycling” ที่เชื่อมโยงผู้คน วัสดุ และพื้นที่เข้าด้วยกันอย่างสร้างสรรค์
มิติที่ 3: ตลาด (Value Loop) การสร้างวงจรเศรษฐกิจหมุนเวียนจะไม่สมบูรณ์หากปราศจากตลาดรองรับ โมเดลนี้จึงมุ่งเน้นการเปิดตลาดทั้งในภาคธุรกิจต่อธุรกิจ (B2B) เช่น โรงงานอุตสาหกรรม หรือหน่วยงานภาครัฐ และภาคธุรกิจต่อผู้บริโภค (B2C) เช่น ประชาชนทั่วไป ผ่านช่องทางการขายสินค้ารักษ์โลก หรือแพลตฟอร์มที่สนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน เช่น ตลาดสินค้า green product หรือ Thailand Green Design Awards นอกจากนี้ อุตสาหกรรมและชุมชนสามารถพัฒนารูปแบบ business model ร่วมกันด้วย เช่น profit-sharing หรือ co-branding เพื่อสร้างคุณค่าร่วมทางเศรษฐกิจและสังคม
แนวคิดนี้สอดคล้องกับแนวทาง cosmo-local และ community-centered CE ที่ Ede (2021) เสนอให้ชุมชนและอุตสาหกรรมทำงานร่วมกันในลักษณะ decentralize circular economy ผ่านความร่วมมือในระดับท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับตลาดในวงกว้าง
มิติที่ 4: สังคมและสิ่งแวดล้อม (Impact Loop) ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจาก Circular CSR Model ในลักษณะนี้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การลดปริมาณของเสียในโรงงานเท่านั้น แต่ยังสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ได้แก่
- ชุมชนมีรายได้จากวัสดุที่เคยเป็นภาระของอุตสาหกรรม
- โรงงานสามารถลดปริมาณ waste ที่ต้องส่งไปกำจัดหรือฝังกลบ
- ชุมชนได้รับการพัฒนาทักษะในด้าน circular skills เช่น การออกแบบผลิตภัณฑ์ การตลาด และการบริหารจัดการโลจิสติกส์ในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน
แนวคิดนี้แสดงให้เห็นการเปลี่ยนผ่านจาก CSR แบบดั้งเดิมที่เน้นการบริจาค (philanthropic CSR) ไปสู่ Circular CSR ที่สร้างคุณค่าร่วม (shared value creation) ตามแนวทางของ Stoyanova (2019) ที่เสนอให้ CSR สอดประสานกับเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อลดช่องว่างระหว่างความรับผิดชอบต่อสังคมกับความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว
นอกจากนี้ องค์ประกอบสำคัญของ Circular CSR Model อีกอย่างหนึ่งก็คือกรอบการทำงานของโมเดลนี้ซึ่งถือเป็นหลักการสำคัญที่จะขาดไปไม่ได้ โปรดติดตามครั้งต่อไปในเรื่อง “ทรัพยากรอันทรงคุณค่าที่สร้างมูลค่าใหม่ให้สังคม”
1,663 ผู้เข้าชมทั้งหมด







