การพึ่งพาอาศัยกันในระบบการจัดการเศรษฐกิจหมุนเวียน

Share

แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนได้กลายเป็นแนวคิดชั้นนำภายใต้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนซึ่งได้แรงสนับสนุนจากสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum: WEF) และมีการนำไปใช้ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกโดยมีพื้นฐานบนหลักการของการออกแบบของเสียและมลพิษ การเก็บรักษาผลิตภัณฑ์และวัสดุในการใช้งาน และการฟื้นฟูระบบธรรมชาติ ภายใต้แนวคิดของผู้บุกเบิกเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน คือ Ellen MacArthur Foundation

ต้นกำเนิดของแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนได้รับการเชื่อมโยงกับความคิดริเริ่มหลายประการที่มีการดำเนินการมาอย่างยาวนานไม่ว่าจะเป็นแนวทางแบบปิดในกระบวนการผลิต  หรือการเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมที่นำไปสู่โครงการรีไซเคิลในหลายส่วนบนพื้นต่าง ๆ ทั่วโลก กฎหมายการรีไซเคิลฉบับแรก ๆ ได้รับการอนุมัติในรัฐโอเรกอนของสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2514 (ค.ศ.1971) โดยกำหนดให้มีการสะสมบนบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม ส่งผลให้เกิดการนำเหล็กและอะลูมิเนียมกลับมาใช้ใหม่ เกิดการ “ลด ใช้ซ้ำ และรีไซเคิล” ทำให้ผู้คนหันมาสนใจผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัสดุรีไซเคิลมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การรีไซเคิลมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมาก เมื่อทรัพยากรขาดแคลนด้วยเหตุผลหลายประการ รวมทั้งการเกิดสงครามโลก ทำให้รัฐบาล ประชาชน และอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้ค้นพบวิธีในการกู้คืนวัสดุให้กลับมามีคุณค่าอีกครั้งหนึ่ง  ดังเรื่องราวที่เขียนไว้ในหนังสือชื่อ “Millions from Waste” ของอาเธอร์ แอมโบรส ทัลบอต (ตีพิมพ์ในปี 2463 / ค.ศ.1920)  ที่กล่าวถึงการนำวัสดุจำนวนมากกลับมาใช้ใหม่และการรีไซเคิลซึ่งมีความจำเป็นทั้งในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 และหลังการเกิดสงคราม ซึ่งคล้ายกับแนวคิด “ขยะคือทองคำ”ของ ดร.สมไทย วงษ์เจริญ (ประธานบริหารกลุ่มวงษ์พาณิชย์) ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยนั่นเอง

หนึ่งในการของการรีไซเคิลที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักนิเวศวิทยาอุตสาหกรรมคือ การพึ่งพาอาศัยกันทางอุตสาหกรรม (Industrial Symbiosis: IS) ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ขยะอุตสาหกรรมและผลพลอยได้เป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่มีการถกเถียงกันว่านิเวศวิทยาอุตสาหกรรมเป็นสาขาย่อยของวิทยาศาสตร์นิเวศวิทยาเช่นนิเวศวิทยาในเมืองและนิเวศวิทยาป่าไม้หรือไม่ แต่ก็มีการนำภาษานิเวศวิทยาบางส่วนมาใช้ และ Symbiosis ก็เป็นหนึ่งในคำเหล่านั้น  สำหรับความหมายโดยพื้นฐานแล้ว Symbiosis คือปฏิสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตสองชนิดที่แตกต่างกันเพื่อประโยชน์ของสิ่งหนึ่งหรือทั้งสองอย่าง

ความสัมพันธ์ทางชีวภาพทางอุตสาหกรรมนั้นเกิดขึ้นเนื่องจากการค้นพบของความสัมพันธ์ทางอุตสาหกรรมระดับภูมิภาคคาลุนด์บอร์ก ประเทศเดนมาร์ก (Chertow 2000) ซึ่งให้คำจำกัดความของ IS ว่าเป็น “อุตสาหกรรมที่แยกจากกันตามแบบแผนดั้งเดิมซึ่งมีแนวทางร่วมกันเพื่อความได้เปรียบทางการแข่งขันที่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนทางกายภาพของวัสดุ พลังงาน น้ำ และผลพลอยได้” การแลกเปลี่ยนทรัพยากรและผลิตภัณฑ์พลอยได้ที่ระบุในภูมิภาคคาลุนด์บอร์กเกิดขึ้นเนื่องจากการดำเนินการดังกล่าวเป็นประโยชน์ร่วมกัน

นับตั้งแต่การระบุความสัมพันธ์ทางชีวภาพทางอุตสาหกรรมในระดับภูมิภาคคาลุนด์บอร์ก ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 นักวิจัยได้พยายามค้นหาการจัดการทางชีวภาพอื่น ๆ ระหว่างอุตสาหกรรมในสถานที่ต่างๆ หรือเพื่อสำรวจโอกาสในการสร้าง IS ขึ้นมาดังมีกรณีศึกษาจำนวนมากที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการ และแม้ว่าโดยทั่วไปแล้ว IS จะเกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนวัสดุ พลังงาน และผลพลอยได้โดยตรงผ่านทางท่อและระบบขนส่ง แต่เศรษฐกิจหมุนเวียนกลับสนับสนุนระบบการกู้คืนที่หลากหลายมากกว่านั้น

เมื่อปี 2535 (ค.ศ.1992) กลุ่มนักวิจัยจากหลากหลายสาขาที่มหาวิทยาลัย Dalhousie ในโนวาสโกเทีย ประเทศแคนาดา เริ่มตรวจสอบแนวคิดของสวนอุตสาหกรรมในฐานะที่เป็นระบบนิเวศ เหนือสิ่งอื่นใด การค้นพบที่สำคัญประการหนึ่งคือการดำรงอยู่ของเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในชุมชนที่อยู่ติดกับสวนสาธารณะ นักวิจัยพบว่า 15% ของธุรกิจ 1,200 แห่งในอุทยานใช้วัสดุและผลิตภัณฑ์ (ทั้งหมดหรือบางส่วน)ที่ได้รับคืนและนำกลับมาใช้ใหม่ ผลิตซ้ำ ซ่อมแซม หรือรีไซเคิล การแลกเปลี่ยนมักจะไม่ได้เกิดขึ้นโดยตรง เนื่องจากได้ผ่านสื่อกลางที่เป็นธุรกิจเก็บขยะและย่อยสลาย/ซาเล้ง ซึ่งอันที่จริงก็คือวิธีการนำวัสดุและพลังงานกลับมาใช้ใหม่ และรีไซเคิลในระบบนิเวศทางธรรมชาตินั่นเอง

เมื่อ Ellen MacArthur Foundation  ทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนได้รับความนิยมและดึงดูดความสนใจของกลุ่มต่างๆ เช่น World Economic Forum  จึงมีการบรรยายถึงระบบที่คล้ายกันมาก แม้ว่าจะไม่ได้จำกัดอย่างเฉพาะเจาะจง แต่เศรษฐกิจหมุนเวียนจะเน้นไปที่วัสดุและผลิตภัณฑ์ทุกประเภท ในขณะที่การพึ่งพาอาศัยกันทางอุตสาหกรรมมุ่งเน้นไปที่ของเสียจากอุตสาหกรรมและผลิตภัณฑ์พลอยได้เป็นส่วนใหญ่

คำถามที่ตามมาคือ อะไรคือความเชื่อมโยงระหว่างการอยู่ร่วมกันทางอุตสาหกรรมกับเศรษฐกิจหมุนเวียน การพึ่งพาอาศัยกันทางอุตสาหกรรมเป็นเพียงกลยุทธ์หนึ่งในการนำเศรษฐกิจหมุนเวียนไปใช้หรือไม่  ทำอย่างไรการกู้คืนและการแลกเปลี่ยนของเสียทางอุตสาหกรรมและผลพลอยได้จะเป็นสิ่งที่เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน แรงจูงใจที่จำเป็นในการสนับสนุนการอยู่ร่วมกันทางอุตสาหกรรมคืออะไร

มีคำถามต่างๆ ผุดขึ้นมามากมาย  บางที คำตอบอาจจะไม่ได้อยู่ที่นักวิชาการหรือภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่ง  แต่อาจจะอยู่ที่ความร่วมมือกันขององค์กรที่นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนไปปฏิบัตินั่นเอง ซึ่งในประเทศไทย สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้ประกาศใช้มาตรฐานระบบการจัดการเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับองค์กร  มตช.2 เล่ม 2-2564  โดยได้ออกแบบพัฒนามาตรฐานให้เหมาะสมกับการนำไปใช้ในบริบทของประเทศไทย  สำหรับธุรกิจอุตสาหกรรมและองค์กรที่สนใจนำ มตช.2 เล่ม 2 ไปใช้ สามารถศึกษาและติดต่อขอรับการรับรองได้ที่ MASCI/สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ เพื่อร่วมกันบรรเทาปัญหาภาวะโลกร้อนและส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจต่อไป
ที่มา:  1. https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0195925521000950
           2.
https://www.gutenberg.org/files/67837/67837-h/67837-h.htm

 4,237 ผู้เข้าชมทั้งหมด