ปฏิวัติความไว้วางใจสื่อดิจิทัลด้วยมาตรฐาน ISO/IEC 21617-1

Share
พรรณเพ็ญ วัยเจริญ

MASCIIntelligence ได้นำเสนอบทความเรื่อง “ISO/IEC 21617-1 กรอบการทำงานใหม่สร้างความน่าเชื่อถือให้สื่อดิจิทัล” ซึ่งกล่าวว่ามาตรฐานฉบับนี้สามารถสร้างความน่าเชื่อถือในสื่อที่ครอบคลุมประเด็นความถูกต้อง แหล่งที่มา และความสมบูรณ์ สำหรับบทความในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวมากขึ้น จึงขอนำเสนอรายละเอียดของประเด็นความน่าเชื่อถือของสื่อดิจิทัลเพื่อให้ท่านสามารถนำมาตรฐาน ISO/IEC 21617-1, Information technology — JPEG Trust, Part 1: Core foundation ไปใช้ด้วยความเข้าใจอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นดังต่อไปนี้

JPEG Trust ทำงานอย่างไร
JPEG Trust เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยแก้ปัญหาการปลอมแปลงสื่อดิจิทัล โดยใช้วิธีการที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานสากลซึ่งระบบนี้จะฝัง “แท็กข้อมูล” พิเศษลงในไฟล์สื่อ (เช่น รูปภาพ วิดีโอ) โดยแท็กนี้จะบอกข้อมูลสำคัญ 3 อย่าง คือ แหล่งที่มาของสื่อความถูกต้องของเนื้อหา และประวัติการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยแท็กข้อมูลเหล่านั้นได้รับการป้องกันด้วยระบบเข้ารหัส ทำให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบได้ว่าเนื้อหาเป็นของจริงหรือถูกดัดแปลง และสามารถประเมินได้ว่าควรเชื่อถือเนื้อหานั้นมากน้อยเพียงใดซึ่งในยุคที่การปลอมแปลงสื่อดิจิทัลเป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยากนัก ก็จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้งาน โดยทำให้สามารถตรวจสอบความน่าเชื่อถือของสื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความน่าเชื่อถือที่ขึ้นอยู่กับการกำหนดของผู้ใช้งาน
JPEG Trust ไม่เพียงแต่นำเสนอข้อกำหนดทางเทคนิควิชาการใหม่ๆ เท่านั้น แต่ยังนำเสนอปรัชญาใหม่ของความน่าเชื่อถือตามบริบทอีกด้วยโดยกำหนด “โปรไฟล์ความน่าเชื่อถือ” ซึ่งยอมให้ผู้ใช้งานที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นนักข่าว หน่วยงานกำกับดูแล หรือผู้ใช้งานทั่วไป สามารถกำหนดน้ำหนักของตนเองให้กับตัวบ่งชี้ความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือจะได้รับการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนในมิติต่างๆ เนื่องจากมีความท้าทายที่ซับซ้อนของความถูกต้องของรูปภาพดิจิทัล  ทำให้การพิจารณาต้องเป็นแบบ Layer  ไม่ใช่แบบ Binary ที่มองเพียงเรื่องของความสมบูรณ์ถูกต้องเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น

  • มีแต่สีขาวหรือสีดำเท่านั้น (ไม่มีเฉดสีเทา) โมเดลความน่าเชื่อถือแบบ Binary จะมองว่ารูปภาพเป็นของแท้ 100% (เชื่อถือได้) หรือของแท้ 0% (ไม่น่าเชื่อถือ) ไม่มีคำว่า “ส่วนใหญ่ถูกต้อง” หรือ “ถูกดัดแปลงบางส่วนแต่ยังคงให้ข้อมูล” หรือ “ถูกต้องในบางแง่มุมแต่ไม่ใช่ทั้งหมด”
    ใช้ได้กับทุกคน ระบบ Binary ตั้งสมมติฐานว่าทุกคน เช่น นักข่าว หน่วยงานกำกับดูแล ผู้ใช้งานทั่วไป ใช้เกณฑ์เดียวกันและได้ข้อสรุปเดียวกันเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของรูปภาพ โดยไม่คำนึงถึงความต้องการ ลำดับความสำคัญ หรือระดับการตรวจสอบที่แตกต่างกัน
    ผ่านหรือไม่ผ่านเท่านั้น หากรูปภาพไม่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องแม้เพียงครั้งเดียว ในระบบ Binary รูปภาพนั้นอาจถูกยกเลิกโดยสิ้นเชิงเนื่องจากไม่น่าเชื่อถือ แม้ว่าจะมีตัวบ่งชี้ที่ชัดเจนอื่นๆ เกี่ยวกับความถูกต้องของรูปภาพ ในทางกลับกัน หากรูปภาพผ่านการตรวจสอบขั้นพื้นฐาน รูปภาพนั้นอาจถือว่าเชื่อถือได้อย่างสมบูรณ์แม้ว่าจะมีประเด็นที่ละเอียดอ่อนก็ตาม
    ขาดบริบท วิธีการแบบ Binary มักจะมองข้ามบริบทที่นำเสนอหรือใช้งานรูปภาพ ตัวอย่างเช่น รูปภาพที่ผ่านการปรับแต่งเล็กน้อยเพื่อวัตถุประสงค์ทางศิลปะอาจเป็นที่ยอมรับได้อย่างสมบูรณ์ในบริบทหนึ่ง แต่ไม่สามารถยอมรับได้อย่างสิ้นเชิงสำหรับการรายงานข่าว วิธีการแบบ Binary ไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างนี้ได้

ในทางตรงกันข้าม การพิจารณาข้อมูลแบบ Layer นั้น ตัวชี้บ่งความน่าเชื่อถือสามารถถูกแบ่ง layer และพิจารณาในแต่ละ layer ได้ เช่น เมตาดาต้า ลายเซ็นเข้ารหัส และการวิเคราะห์เนื้อหา (ในขณะที่แบบ Binary จะมีปัญหาในการประเมินความแตกต่างเหล่านี้)  หรือกกรณีที่ผู้ใช้งานแต่ละรายมีความต้องการด้านความน่าเชื่อถือที่แตกต่างกัน  ก็จะทำให้ผลลัพธ์ออกมาแตกต่างกัน เช่น นักข่าวอาจต้องการภาพที่สมบูรณ์ในระดับพิกเซลในขณะที่ผู้ใช้งานทั่วไปอาจต้องการความถูกต้องการการเล่าเรื่องโดยรวมมากกว่า

การฟื้นฟูความไว้วางใจในยุคเอไอ
ในเมื่อความเชื่อถือในเอไอต้องใช้การพิจารณาอย่างแยบยลเช่นนั้น การฟื้นฟูความไว้วางใจในยุคเอไอจึงอาจจะพึ่งพาการแก้ไขปัญหาทางเทคนิคเพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือข้ามพรมแดน ภาคส่วน และสาขาวิชาต่างๆ ร่วมกันซึ่งทำให้เกิดเป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานค่านิยมร่วมกัน เช่น ความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และความเป็นธรรม

หัวใจสำคัญของความพยายามนั้นก็คือองค์กรกำหนดมาตรฐานสากลทั้ง 3 องค์กร ได้แก่ ไอเอสโอ (องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน) ไออีซี (คณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐานสาขาอิเล็กทรอเทคนิกส์) และไอทียู (สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ) ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญด้านเอไอ มัลติมีเดีย และความไว้วางใจทางดิจิทัลมาทำงานร่วมกันเพื่อกำหนดกฎเกณฑ์การมีส่วนร่วมในสภาพการณ์ที่สังคมโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และด้วยความร่วมมือระหว่าง AI & Multimedia Authenticity Standards (AMAS) กับองค์กรทั้ง 3 แห่งดังกล่าว ทำให้มีการทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งในการปรับสมดุลความพยายามที่มีอยู่อย่างกระจัดกระจายโดยรัฐบาล บริษัทต่างๆ และนักวิจัยกำลังร่วมมือกันเพื่อสร้างมาตรฐานสากลที่เป็นภาษากลางสำหรับความถูกต้องซึ่งเป็นวิธีในการแยกแยะสิ่งที่เป็นจริงจากสิ่งที่ถูกปรับเปลี่ยนไป

การนำมาตรฐานเหล่านี้ไปใช้งานอย่างเข้าใจและมีประสิทธิภาพเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนในการร่วมกันสร้างอนาคตให้สื่อดิจิทัลมีความน่าเชื่อถือและโปร่งใสยิ่งขึ้นซึ่งเป็นภารกิจของไอเอสโอ ไออีซี และไอทียูที่จะร่วมกันดำเนินงานในการประชุมสุดยอดมาตรฐานเอไอระหว่างประเทศ ประจำปี 2568 (ค.ศ.2025) ระหว่างวันที่ 2-3 ธันวาคม 2568 ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้โดยรวบรวมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้เชี่ยวชาญด้านเอไอจากทั่วโลกมาร่วมกันสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการกำกับดูแลเอไอและผลักดันงานด้านการสร้างมาตรฐานระดับสากลที่ส่งเสริมการพัฒนาเอไออย่างครอบคลุมและมีความรับผิดชอบให้กับมวลมนุษยชาติต่อไป

ท่านที่สนใจข้อมูลองค์ความรู้หรือการรับรองตามมาตรฐานระบบการจัดการความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ฝ่ายรับรองระบบ โทรศัพท์ 026171723-36  Email: [email protected]

ที่มา: https://www.iso.org/contents/news/thought-leadership/trust-in-an-age-of-ai.html

 1,449 ผู้เข้าชมทั้งหมด