ก้าวใหม่ของไอเอสโอกับศิลปะการป้องกันตัว “เมื่อกระบวนท่ากลายเป็นมาตรฐานสากล”

Share

พรรณเพ็ญ วัยเจริญ

ในโลกของคนทำงานด้านมาตรฐาน เมื่อเราพูดถึงมาตรฐานไอเอสโอ ภาพที่มักจะปรากฏขึ้นในใจคือโรงงานอุตสาหกรรม ใบรับรองระบบจัดการที่ธุรกิจอุตสาหกรรมได้รับ หรือไม่ก็ข้อกำหนดทางเทคนิคของชิ้นส่วนเครื่องจักรที่ซับซ้อน  แต่เราคงไม่ได้นึกถึงการฝึกไทเก๊กในสวนสาธารณะ หรือการแข่งขันศิลปะการป้องกันตัวบนสังเวียนกีฬา

อันที่จริงแล้ว โลกของมาตรฐานสากลได้นำเราก้าวข้ามขีดจำกัดจากเรื่องในแวดวงธุรกิจอุตสาหกรรมไปสู่เรื่องราวของศิลปะป้องกันตัวดังที่ปรากฏในคณะกรรมอนุกรรมการวิชาการ ISO/TC 83/SC 6, Martial arts (รับผิดชอบการจัดทำมาตรฐานด้านศิลปะป้องกันตัว) และอยู่ภายใต้คณะอนุกรรมการวิชาการ ISO/TC 83, Sports and other recreational facilities and equipment (รับผิดชอบมาตรฐานอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกทางด้านกีฬาและกิจกรรมสันทนาการอื่น) สำหรับคณะอนุกรรมการ SC 6, Martial Arts นั้น ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเมื่อปี 2548 (ค.ศ.2005) เรื่องราวเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นว่า “มาตรฐาน” อยู่ในทุกย่างก้าวของมนุษย์รวมถึงความปลอดภัยด้วย

จาก “ภูมิปัญญาดั้งเดิม” สู่ “เกราะป้องกันทางวิทยาศาสตร์”
จุดเริ่มต้นของมาตรฐานในกลุ่มศิลปะป้องกันตัวเกิดขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์สำคัญในเรื่องของความปลอดภัยซึ่งจำเป็นต้องมีการทดสอบเชิงประจักษ์ดังเช่นที่ปรากฏว่าคณะกรรมการ ISO/TC 83/SC 6 ได้พัฒนาชุดมาตรฐาน ISO 21924, Protective equipment for martial arts (ข้อกำหนดทั่วไปและวิธีทดสอบสำหรับอุปกรณ์ป้องกันในศิลปะการต่อสู้) ขึ้นมาเป็น “ภาษากลาง” ในการวัดค่าความปลอดภัยจากการทดสอบด้วยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ว่าสามารถดูดซับแรงกระแทกได้ตามข้อกำหนดด้านสมรรถนะและวิธีทดสอบที่ระบุไว้ในมาตรฐานซึ่งช่วยยกระดับความปลอดภัยของผู้ใช้งานตามเกณฑ์ที่กำหนดให้กับนักกีฬา ตั้งแต่ระดับเยาวชนไปจนถึงการแข่งขันระดับสากล ดังนั้น มาตรฐานจึงทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับความปลอดภัยของผู้ฝึกและนักกีฬา

“ไทเก๊ก” หรือ “ไทชิ” คือชื่อที่คนไทยคุ้นเคยสำหรับศิลปะการต่อสู้ดั้งเดิมของจีนโบราณซึ่งในภาษาจีนกลางเรียกว่า “ไทจี๋เฉวียน” (Taijiquan) ศิลปะแขนงนี้เป็นการป้องกันตัวที่เน้นความนุ่มนวล ผสมผสานการเคลื่อนไหวช้าๆ เข้ากับการกำหนดลมหายใจและสมาธิเพื่อฝึกฝนทั้งร่างกายและจิตใจ จึงเป็นที่นิยมแพร่หลายในการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ช่วยเพิ่มสมดุล เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ รวมทั้งลดความเครียด

คำว่า “ไท่จี๋” (太極) หมายถึง จักรวาล หรือสภาวะอันเป็นที่สุด ส่วนคำว่า “เฉวียน” (拳) แปลว่า “หมัด” หรือ “วิชามวย” ซึ่งในบริบทของ “ไท่จี๋เฉวียน” และศิลปะการต่อสู้แบบจีนซึ่งมีนัยแฝงที่ลึกซึ้งโดยหมายถึงระบบการต่อสู้แบบมือเปล่า รวมทั้งระบบการจัดท่าท่าง การก้าวเท้า และการป้องกันตัว นอกจากนี้ ยังเป็นการเก็บกักพลังและการเคลื่อนไหวที่ต่อเนื่องเหมือนการม้วนหรือการคลี่เส้นด้าย ไม่ใช่แค่การทุบตีด้วยความแข็งกร้าว  ในทางปรัชญา “ไท่จี๋เฉวียน” มักถูกเชื่อมโยงว่าเป็นมวยที่ใช้ร่างกายทุกส่วนอย่างสอดประสานสมบูรณ์เพื่อสร้างสมดุลระหว่างหยินและหยาง

ภูมิปัญญาดังกล่าวได้รับความสำคัญโดยนำมาพัฒนาเป็นร่างมาตรฐานตระกูล ISO 18290 เกี่ยวกับไท่จี๋เฉวียนซึ่งแบ่งย่อยออกเป็น 5 ส่วนตาม 5 ตระกูลผู้คิดค้น ได้แก่ เฉิน (Chen) หยาง (Yang)  อู๋ (Wu)  อู่หรืออู่เฮ่อ (Wǔ) และซุน (Sun) นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าไอเอสโอกำลังสะท้อนแนวโน้มที่มาตรฐานสากลเริ่มเข้ามามีบทบาทในการส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้ดั้งเดิมอย่างเป็นระบบในแง่ของการเคารพต้นฉบับ และมาตรฐานการสอน กล่าวคือ การเคารพต้นฉบับ เป็นการแบ่งแยกมาตรฐานตามตระกูลของศิลปะการต่อสู้อันเป็นการปกป้องอัตลักษณ์เพื่อให้มั่นใจว่าเทคนิคการเคลื่อนไหวที่เป็นภูมิปัญญามานานนับร้อยปีจะไม่สูญหายหรือผิดเพี้ยนไปเมื่อถูกถ่ายทอดไปยังภูมิภาคอื่น  ส่วนมาตรฐานการสอน  หมายความว่ามาตรฐานนี้จะกลายเป็นบรรทัดฐานให้ครูฝึกและสถานประกอบการด้านสุขภาพได้รับความมั่นใจว่าท่วงท่าที่สอนนั้นสอดคล้องกับแนวทางการฝึกและข้อกำหนดด้านการเคลื่อนไหวที่กำหนดไว้ ช่วยส่งเสริมการฝึกที่ถูกต้องตามหลักการเคลื่อนไหวและลดความเสี่ยงจากการฝึกที่ไม่เหมาะสม

ผู้ที่ได้รับประโยชน์คือผู้ใช้งาน
เมื่อมาตรฐานขยายขอบเขตมาถึงเรื่องใกล้ตัวเช่นนี้ ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากมาตรฐานดังกล่าวก็คือผู้ใช้งานซึ่งหมายถึงนักกีฬาและผู้ฝึกฝน ผู้จัดกิจกรรม และสถาบันด้านสุขภาพที่สามารถอ้างอิงมาตรฐานไอเอสโอในการนำศิลปะป้องกันตัวมาใช้ร่วมกับการรักษาโรคอย่างเป็นระบบ

มาตรฐานเหล่านี้แสดงถึงบทบาทของไอเอสโอในการส่งเสริมคุณภาพ ความปลอดภัย และความเชื่อมั่นของผู้ใช้งานที่จะนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการยกระดับคุณภาพชีวิตเพื่อสุขภาพ  ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันศิลปะการต่อสู้หรือการฝึกเพื่อสุขภาพในชีวิตประจำวัน ภายใต้เบื้องหลังเหล่านั้นมีผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกที่ช่วยกันร่างมาตรฐานไอเอสโอเพื่อให้ผู้คนทั่วโลกสามารถสนุกกับสิ่งที่พวกเขารักได้อย่างมั่นใจ

เรื่องราวของมาตรฐานด้านศิลปะการป้องกันตัวเป็นสัญญาณอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญซึ่งแสดงให้เห็นว่าในโลกยุคใหม่ “มาตรฐานสากล” ไม่ได้หยุดอยู่เพียงในโรงงานหรือห้องปฏิบัติการอีกต่อไป หากแต่กำลังก้าวเข้าสู่ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวของมนุษย์อย่างแท้จริง

MASCI ในฐานะองค์กรด้านการตรวจสอบและรับรองของประเทศไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนามาตรฐาน การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการติดตามแนวโน้มมาตรฐานสากลใหม่ ๆ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพขององค์กรไทยในอนาคต หากท่านสนใจข้อมูลองค์ความรู้หรือบริการด้านการพัฒนามาตรฐาน สามารถติดต่อได้ที่ฝ่ายบริการเทคนิค Email: [email protected]

ที่มา:

1. https://shorturl.at/8JHRH
2.
https://shaolin.org/taijiquan/faq.html

 1,376 ผู้เข้าชมทั้งหมด