ความท้าทายเชิงโครงสร้างของโรงงานจัดการของเสียในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

Share
ดร.ชวาธิป จินดาวิจักษณ์

ในขณะที่ประเทศไทยเร่งขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านโมเดล BCG Economy และแนวทาง Circular Economy Roadmap อย่างต่อเนื่อง โรงงานที่ดำเนินธุรกิจด้านการจัดการของเสีย เช่น โรงงานรีไซเคิล โรงงานคัดแยกเศษวัสดุและโรงงานที่นำผลพลอยได้ (by-products) จากกระบวนการผลิตกลับมาใช้ใหม่กลับพบว่าตนเองยังตกอยู่ในกับดักของระบบเศรษฐกิจเชิงเส้น แม้ว่าภายนอกจะดูเหมือนว่าพวกเขากำลัง “ช่วยปิดลูป” ของวัสดุ แต่ในความเป็นจริงกลับมีโครงสร้างระบบสนับสนุนและบริบทการดำเนินงานที่ไม่เอื้อต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ circular economy อย่างแท้จริง

โรงงานจัดการของเสียจำนวนมากในประเทศไทยยังคงยึดติดกับบทบาท “ผู้จัดการปลายทาง” ที่รับภาระการกำจัดของเหลือจากภาคการผลิตและการบริโภคโดยไม่ได้มีความเชื่อมโยงเชิงกลยุทธ์กับผู้ผลิตต้นทางหรือผู้บริโภคปลายทาง การดำเนินงานจึงเป็นลักษณะซื้อ-ขายวัตถุดิบรีไซเคิลที่ขาดการควบคุมคุณภาพ ความปลอดภัยหรือการออกแบบเพื่อการนำกลับมาหมุนเวียน (design for circularity) สิ่งนี้ทำให้การสร้างระบบ “วงจรปิด” (closed-loop) ที่แท้จริงกลายเป็นเรื่องยาก เนื่องจากขาดความร่วมมือในระดับห่วงโซ่คุณค่าและ ไม่มีข้อมูลย้อนกลับจาก upstream และ downstream (Bridgens et al., 2018)

ปัญหาสำคัญอีกประการหนึ่งคือความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่า“การอยู่ในระบบหมุนเวียน” หมายถึงเพียงการมีบทบาทจัดการของเสียเท่านั้น ทั้งที่จริงแล้ว Circular Economy เน้นที่การออกแบบใหม่ทั้งระบบเพื่อลดของเสีย ตั้งแต่ต้นทาง และเชื่อมโยงการไหลเวียนของทรัพยากรอย่างต่อเนื่องตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Stoyanova, 2019) โรงงานประเภทนี้จึงควรได้รับการสนับสนุนให้ยกระดับบทบาทจาก “ผู้จัดการของเสีย” ไปสู่ “ผู้สร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากร”

ในเชิงโครงสร้าง นโยบายภาครัฐของไทยยังขาดกลไกในการบูรณาการผู้จัดการของเสียเข้าไปเป็น “คู่ค้าทางกลยุทธ์” ในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน เช่น ระบบการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิตไปยังช่วงต่างๆ ของวงจรชีวิตตั้งแต่การออกแบบ การผลิต ไปจนถึงการจัดการหลังการบริโภค (Extended Producer Responsibility: EPR) ยังไม่มีการบังคับใช้อย่างเป็นระบบ ทำให้ผู้ผลิตสินค้าไม่มีพันธะต่อการเรียกคืนหรือสนับสนุนการจัดการของเสียของตนเองเมื่อหมดอายุการใช้งานในขณะที่หน่วยงานภาครัฐบางแห่ง เช่น กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ได้ริเริ่มโครงการเกี่ยวกับเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านการใช้ “CEPAS” (Circular Economy Performance Assessment System) เพื่อส่งเสริมให้โรงงานอุตสาหกรรม และผู้ให้บริการจัดการของเสียสามารถพัฒนาและแสดงผลการดำเนินงานตามหลัก CE อย่างเป็นระบบซึ่งถือเป็นกลไกที่ช่วยสร้างแรงจูงใจและความน่าเชื่อถือในภาคอุตสาหกรรมได้ในระดับหนึ่ง

นอกจากนี้ โครงสร้างต้นทุนของโรงงานจัดการของเสียจำนวนมากก็ยังไม่เอื้อต่อการลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่าน เช่น การลงทุนในเทคโนโลยี upcycling หรือ eco-design มีต้นทุนสูงในขณะที่ตลาดสินค้าทดแทนจากวัสดุรีไซเคิลยังไม่ได้รับการส่งเสริมอย่างจริงจัง การที่หน่วยงานรัฐยังไม่มีมาตรการจัดซื้อจัดจ้างที่ส่งเสริมการใช้วัสดุรีไซเคิลในระดับนโยบาย เช่น กำหนดสัดส่วนขั้นต่ำของวัสดุหมุนเวียนในโครงการก่อสร้างหรือผลิตภัณฑ์ภาครัฐก็ยิ่งทำให้การดำเนินธุรกิจในรูปแบบ circular ยังคงเป็น “ความพอใจเฉพาะกลุ่ม” ที่ยากต่อการขยายผลในระดับประเทศ

ท้ายที่สุด ความท้าทายเชิงโครงสร้างยังรวมถึงการขาดมาตรฐานหรือระบบการตรวจสอบรับรองที่ช่วยให้โรงงานจัดการของเสียสามารถ “แสดงการหมุนเวียน” ได้อย่างน่าเชื่อถือ เช่น การตรวจสอบรับรองตามมาตรฐาน ISO 59000 series (Circular Economy Standards) หรือการรับรองการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน (resource efficiency certification) ซึ่งยังไม่เป็นที่แพร่หลายในประเทศไทย ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถแปลงความพยายามในเรื่อง circularity ให้กลายเป็นความได้เปรียบในการแข่งขันหรือความเชื่อมั่นในสายตาของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กล่าวโดยสรุป การเปลี่ยนผ่านของโรงงานจัดการของเสียไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนนั้นมิใช่เพียงเรื่องของ “ความตระหนักรู้” เท่านั้น หากแต่เป็นเรื่องของ “การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ” ที่ต้องอาศัยนโยบายแบบบูรณาการกลไกจูงใจทางเศรษฐศาสตร์ โครงสร้างการตลาด การยอมรับในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจ และระบบมาตรฐานที่ยืนยันความโปร่งใสในกระบวนการ หากประเทศไทยสามารถแก้ไขอุปสรรคเชิงโครงสร้างเหล่านี้ได้ โรงงานจัดการของเสียก็จะสามารถเปลี่ยนสถานะจาก “ผู้รับภาระปลายทาง” ไปสู่ “ผู้ขับเคลื่อนต้นทางของความยั่งยืน” ได้อย่างแท้จริง

เอกสารอ้างอิง:
1. Bridgens, B., Powell, M., Farmer, G., Walsh, C., Reed, E., Royapoor, M., … & Heidrich, O. (2018). Creative upcycling: Reconnecting people, materials and place through making. Journal of Cleaner Production, 189, 145–154.
2. Ede, S. (2021). Making Room for the Community-Based Circular Economy. In Cosmolocal Reader.
3. Omar, H. (2017). Sustainable industrial community. Journal of Environmental Protection
4. Reis, W. F., Barreto, C. G., & Capelari, M. G. M. (2023). Circular economy and solid waste management: Connections from a bibliometric analysis. Sustainability, 15(22), 15715
5. Stoyanova, T. (2019). CSR strategies applied in terms of circular economy. Economic Alternatives, 2,
263–274.
6. กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่. (2566). แนวทางการประเมินศักยภาพการเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม (CEPAS).

 1,390 ผู้เข้าชมทั้งหมด