พรรณเพ็ญ วัยเจริญ
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีส่วนทำให้องค์กรและธุรกิจประสบความสำเร็จในด้านเอไอคือการมุ่งเน้นทั้งการกำกับดูแลและกลยุทธ์เชิงบริบทซึ่งในด้านการกำกับดูแล การนำมาตรฐานเอไอระดับสากล เช่น ชุดมาตรฐาน ISO/IEC 42000 ไปใช้ ถือเป็นกรอบพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ISO/IEC 42001 เป็นมาตรฐานที่ได้รับการรับรองมาตรฐานแรกของโลกสำหรับระบบการจัดการเอไอ (AIMS) ซึ่งจำเป็นสำหรับการสร้างและพัฒนาระบบเอไอควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาสำคัญๆ เช่น จริยธรรม ความโปร่งใส และความรับผิดชอบ
อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติตามมาตรฐานสากลเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นแต่ก็ไม่เพียงพอสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืน ความ สำเร็จขององค์กรยังขึ้นอยู่กับการพัฒนาความสามารถเชิงกลยุทธ์อีกด้วยซึ่งแคทเธอรีน มูรากา กรรมการผู้จัดการของศูนย์พัฒนา Microsoft Africa ได้กล่าวไว้ในบทความเรื่อง “คว้าโอกาสจากความจำเป็นต้องมีของเอไอเอาไว้” (The African AI imperative: Seizing the moment) โดยชี้เห็นถึงโอกาสของธุรกิจและองค์กรในทวีปแอฟริกาในการพัฒนานโยบาย และโครงสร้างพื้นฐานด้านเอไอ ตลอดจนบุคลากรให้มีทักษะด้านเอไอเพื่ออนาคตที่มีศักยภาพในการเติบโตในทวีปแอฟริกาซึ่งมีบริบทที่แตกต่างออกไปจากประเทศอื่นๆ ดังต่อไปนี้
ทวีปแอฟริกามีข้อได้เปรียบทางประชากรศาสตร์ที่โดดเด่นโดยมีประชากร 60% อายุต่ำกว่า 35 ปี และอายุเฉลี่ยเพียง 19 ปีซึ่งทำให้ทวีปนี้มีศักยภาพที่ไม่เพียงแต่จะนำเอไอไปใช้อย่างกว้างขวางเท่านั้น แต่ยังสามารถกำหนดทิศทางวิวัฒนาการของเทคโนโลยีนี้ได้ด้วย
ทั้งนี้ Microsoft Africa Development Centre (ADC) ได้เสนอแนวทาง 3 ประการสำหรับการสร้างอนาคตเอไอที่ยั่งยืน ดังต่อไปนี้
- การพัฒนาทักษะเอไอเชิงกลยุทธ์ Microsoft ADC ได้ดำเนินโครงการพัฒนาทักษะคณาจารย์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่
ปี 2564 (ค.ศ.2021) โดยเตรียมความพร้อมให้กับคณาจารย์กว่า 80 คนจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ 9 แห่งในประเทศเคนยา เฉพาะในปี 2568 (ค.ศ.2025) มีคณาจารย์ใหม่ 40 คนเข้าร่วมโครงการจากสถาบันต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีโจโม เคนยัตตา มหาวิทยาลัยไนโรบี และมหาวิทยาลัยสแตรธมอร์
หลักสูตรครอบคลุมเนื้อหาสำคัญ ได้แก่ Machine Learning, Computer Vision, Natural Language Processing, Responsible AI และการพัฒนา Data Pipeline โดยใช้เครื่องมือ Azure AI และเฟรมเวิร์กโอเพนซอร์ส เป้าหมายคือการวางตำแหน่งอาจารย์ให้เป็นผู้เร่งปฏิกิริยานวัตกรรมเอไอที่สร้างสรรค์เทคโนโลยีเอง ไม่ใช่เป็นเพียงผู้บริโภคเทคโนโลยีจากต่างชาติ
นอกจากนี้ Microsoft ยังมีเป้าหมายในการฝึกอบรมด้านเอไอและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับชาวเคนยา ชาวไนจีเรีย และชาวแอฟริกาใต้จำนวนหนึ่งล้านคนภายในปี 2569 (ค.ศ.2026) ด้วย
- การพัฒนานโยบายเอไออย่างมีความรับผิดชอบ ในการพัฒนานโยบายและโครงสร้างพื้นฐานนั้น การบูรณาการเอไอในระดับอุดมศึกษาต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม Microsoft ร่วมมือกับเครือข่ายการศึกษาแห่งเคนยา (KENET) เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลท้องถิ่นเพื่อฝึกอบรมแบบจำลองเอไอที่เกี่ยวข้องกับบริบทของแอฟริกา
การพัฒนากรอบการกำกับดูแลเอไอเน้นการใช้งานอย่างมีความรับผิดชอบและส่งเสริมการมีส่วนร่วมโดยต้องลงทุนในการรวบรวม จัดเรียง และประมวลผลชุดข้อมูลจากสภาพแวดล้อมในแอฟริกาเพื่อให้แนวทางการแก้ไขปัญหาเอไอสะท้อนถึงความหลากหลายและรับมือกับความท้าทายเฉพาะด้านของทวีป - การพัฒนานวัตกรรมเอไอที่ครอบคลุม การดำเนินโครงการ AI for Good ที่แก้ปัญหาเฉพาะแอฟริกามีดังต่อไปนี้
– นวัตกรรมการดูแลสุขภาพ โครงการ African Health Stories ใช้เอไอเชิงสร้างสรรค์สร้างเรื่องราวแบบอินเทอร์แอคทีฟเพื่อแนะนำผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญเมื่อมีชาวแอฟริกาใต้ 7% ป่วยเป็นโรคนี้
– การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โครงการในอุทยานแห่งชาติมาไซมาราซึ่งเป็นเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าแห่งชาติในประเทศ
เคนยา ใช้เอไอเพื่อการอนุรักษ์สัตว์ป่าและติดตามระบบนิเวศ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนควบคู่กับการ
อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
– การเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ ทีม Microsoft Research Africa ในรวันดาปรับปรุงแบบจำลอง ClimaX เพื่อ
พยากรณ์น้ำท่วมระยะสั้น ช่วยลดความเสียหายจากสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
– การอนุรักษ์ภาษา โครงการปรับแบบจำลองภาษาสำหรับภาษาสวาฮีลีและภาษาคิคุยู เพื่อสร้างผู้ช่วยเอไอที่มี
ความอ่อนไหวทางวัฒนธรรมสำหรับเกษตรกร ทั้งสองภาษาเป็นภาษาในกลุ่มบันตูซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลภาษา
ไนเจอร์-คองโกโดยภาษาสวาฮีลีเป็นภาษาที่มีผู้พูดเป็นจำนวนมากในแอฟริกาตะวันออกและแอฟริกากลาง ส่วน
ภาษาคิคุยูเป็นภาษาที่มีผู้พูดในเคนยา
เส้นทางข้างหน้าของเอไอกับทวีปแอฟริกา
Microsoft ADC กำลังก้าวสู่ขั้นตอนใหม่คือการนำเอไอผนวกเข้าไปในกระแสหลักในทุกสาขาวิชาโดยไม่จำกัดอยู่เพียงภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ยังขยายไปยังเกษตรกรรม ธุรกิจ กฎหมาย วิทยาศาสตร์สุขภาพ และมนุษยศาสตร์อีกด้วย เนื่องจากปัญหาของแอฟริกาเป็นปัญหาแบบสหวิทยาการที่ต้องการความเชี่ยวชาญหลากหลาย และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในทวีปทั้งภาควิชาการ ภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ และภาคประชาสังคม แนวโน้มเช่นนี้ทำให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าภายในปี 2573 (ค.ศ.2030) เอไอจะสามารถขยายเศรษฐกิจของทวีปแอฟริกาได้ถึง 50% ของ GDP ปัจจุบันหากแอฟริกาครองส่วนแบ่งตลาดเอไอทั่วโลกเพียง 10% ดังนั้น ทวีปแอฟริกาจึงมีโอกาสที่จะมุ่งสู่สู่อนาคตอันก้าวไกลด้วยศักยภาพของเอไอ
หากท่านสนใจข้อมูลองค์ความรู้หรือขอรับรองตามมาตรฐานระบบการจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศหรือมาตรฐานอื่นๆ สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ฝ่ายรับรองระบบ โทรศัพท์ 026171723 – 36 Email: [email protected]
ที่มา: https://www.iso.org/contents/news/thought-leadership/the-african-ai-imperative.html
1,911 ผู้เข้าชมทั้งหมด







