การปิดลูปในโมเดล Circular CSR: จาก Community Loop สู่ความรับผิดชอบเชิงระบบ

Share
ดร.ชวาธิป จินดาวิจักษณ์

ในยุคที่องค์กรต่างๆ หันมาให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น หลายบริษัทเริ่มมองหาวิธีการจัดการกับของเสียที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตในรูปแบบใหม่ แทนที่จะเพียงแค่ทิ้งหรือฝังกลบ ก็จะส่งมอบเศษวัสดุเหล่านี้ให้กับชุมชนเพื่อนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่คำถามที่ตามมาคือ เมื่อผลิตภัณฑ์เหล่านี้หมดอายุการใช้งาน ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อไป

เศษวัสดุที่เคยถูกมองว่าไร้ค่าในระบบอุตสาหกรรม เช่น slag, ขี้เลื่อย, หรือเศษสแตนเลส ได้กลายเป็นทรัพยากรใหม่ในยุคของเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอุตสาหกรรมที่มีการขับเคลื่อน CSR ไปสู่ระดับที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าการทำเพียง “กิจกรรมเพื่อสังคม” แบบดั้งเดิม (Stoyanova, 2019)

ในประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนโดยชุมชน (Community-Based Circular Economy: CBCE) เริ่มได้รับการยอมรับในฐานะยุทธศาสตร์ที่สามารถเพิ่มความสามารถในการพึ่งพาตนเองของชุมชน การสร้างรายได้จากวัสดุเหลือใช้ และการลดภาระในการจัดการของเสียของภาคอุตสาหกรรม (Ede, 2021)

อย่างไรก็ดี แม้กระบวนการนี้จะดูเหมือนเป็นแนวทางที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้รับประโยชน์ร่วมกัน (win-win model) แต่หากพิจารณาเชิงลึกจะพบว่ายังมีช่องว่างในการปิดลูป (Loop Closure) ที่อาจนำไปสู่การเกิดขยะใหม่ในระบบได้หากไม่มีการวางกลไกการรับผิดชอบในระยะยาว

เมื่อผลิตภัณฑ์ชุมชนกลายเป็นขยะใหม่: ปัญหาของการไม่ปิดลูป
การนำของเสียอุตสาหกรรมมาแปรรูปโดยชุมชนเป็นแนวทางที่ดีในการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ฐานราก เช่น การใช้ slag ทำเป็นกระถางต้นไม้ ขี้เลื่อยทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ หรือเศษเหล็กทำเป็นงานศิลป์ อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เมื่อหมดอายุการใช้งานก็กลับกลายเป็นขยะใหม่ที่ไม่มีระบบรองรับการจัดการในระยะปลายทาง

ในหลายกรณี ความพยายามสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในระดับชุมชนกลับกลายเป็นเศรษฐกิจเส้นตรงซ้ำซ้อน (linear rebound) หากไม่มีการจัดวางวงจรการนำกลับที่ชัดเจนซึ่งสอดคล้องกับการวิจัยของ Bridgens et al. (2018) ที่พบว่า การ upcycle จะมีประสิทธิภาพสูงสุดก็ต่อเมื่อมีระบบออกแบบร่วมที่พิจารณาถึงสถานการณ์ที่ผลิตภัณฑ์สิ้นสุดอายุการใช้งาน (end-of-life scenario) ด้วย

ช่องว่างของความรับผิดชอบ: ใครควรดูแลผลิตภัณฑ์ที่ชุมชนแปรรูปแล้ว
ปัจจุบัน โมเดล CSR ส่วนใหญ่เน้นไปที่การจัดหาวัสดุและการสนับสนุนทางเทคนิคให้กับชุมชน แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่า ใครคือผู้รับผิดชอบในระยะปลายทางของผลิตภัณฑ์ที่ชุมชนแปรรูปแล้ว

คำถามสำคัญ 2 ประการ คือ

  • เมื่อผลิตภัณฑ์เหล่านี้หมดอายุการใช้งาน ใครควรเป็นผู้รับคืน
  • หากผลิตภัณฑ์ก่อให้เกิดขยะใหม่ หรือปนเปื้อนสิ่งแวดล้อม ภาคอุตสาหกรรมยังมีความรับผิดชอบหรือไม่

คำถามเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า การดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR) นั้นไม่สามารถจำกัดอยู่แค่ “ต้นน้ำ” เท่านั้น แต่ต้องมีการวางระบบการดูแลรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์  (Stewardship) ที่ครอบคลุมถึงการดูแลผลิตภัณฑ์ตลอดวงจรชีวิต รวมถึงการติดตามผลกระทบและกลไกการคืนกลับของผลิตภัณฑ์ด้วย (Stoyanova, 2019)

แนวทางการปิดลูป: จากการบริจาคสู่ความรับผิดชอบร่วม

โมเดลการปิดลูปที่มีประสิทธิภาพต้องมีกลไกความร่วมมือแบบย้อนกลับ (Reverse Collaboration) ที่ชัดเจน ได้แก่

  • การร่วมออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ถอดแยกง่ายเพื่อเอื้อต่อการนำกลับมารีไซเคิล
  • ระบบ Take-back Programเช่น การวางจุดรับคืนผลิตภัณฑ์ในชุมชน
  • การจัดเก็บข้อมูลวงจรผลิตภัณฑ์ (Product Lifecycle Tracking) ผ่านรหัสผลิตภัณฑ์, QR Code หรือ blockchain

Ede (2021) ชี้ว่า การพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนในระดับชุมชนควรทำให้ชุมชนไม่เพียงเป็น “แรงงาน” ในการแปรรูป แต่ต้องมีอำนาจต่อรองและการเป็นเจ้าของความรู้ร่วม (knowledge co-ownership) ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก (facilitator) และผู้ดูแลความยั่งยืนของระบบ

ในกรณีของโรงงานอุตสาหกรรมที่ส่ง slag ให้ชุมชน นอกจากการแปรรูป ควรมีระบบดึงผลิตภัณฑ์กลับมาเพื่อรีไซเคิลใหม่ เช่น การรับซื้อกลับ หรือสร้างตลาดหมุนเวียนร่วมกับธุรกิจรีไซเคิล

ปิดลูปอย่างแท้จริง ต้องวางระบบที่ปลายทาง
Circular CSR จะยังไม่สมบูรณ์หากไม่มีการรับผิดชอบร่วมในปลายทางของผลิตภัณฑ์  อุตสาหกรรมควรเป็นผู้นำในการสร้างระบบความร่วมมือใหม่ที่ไม่เพียงแค่ “ให้” วัสดุเหลือใช้แก่ชุมชนเท่านั้น แต่ต้อง “รับคืน” ผลิตภัณฑ์อย่างเป็นระบบด้วย

แนวทางเช่นนี้ไม่เพียงลดความเสี่ยงของขยะใหม่ แต่ยังเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับองค์กรในมิติสังคมและสิ่งแวดล้อม สร้างความสัมพันธ์เชิงลึกกับชุมชน และต่อยอดเป็น Circular Value Network ที่ทุกภาคส่วนสามารถมีบทบาทร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืนต่อไป

สำหรับท่านที่สนใจข้อมูลองค์ความรู้หรือขอรับรองตามมาตรฐานระบบการจัดการเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับองค์กร สามารถสอบถามได้ที่สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ ฝ่ายรับรองระบบ โทรศัพท์ 026171723 – 36  Email: [email protected]

 926 ผู้เข้าชมทั้งหมด