ปริศนาเชิงระบบของธุรกิจกำจัดของเสียในยุคเศรษฐกิจหมุนเวียน

Share
ดร.ชวาธิป จินดาวิจักษณ์

ผู้เขียนเคยนำเสนอบทความเกี่ยวกับ Circular CSR ไว้ทั้งหมด 8 ตอนในช่วงเดือนสิงหาคม 2568  โดยมีใจความสำคัญหลักเกี่ยวกับ Circular CSR ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นทางเลือกเชิงกลยุทธ์ที่เหมาะสมสำหรับอุตสาหกรรมต้นน้ำและอุตสาหกรรมกลางน้ำในประเทศไทยได้โดยขยายขอบเขตความหมุนเวียนไปสู่ระดับสังคมผ่านการเชื่อมโยงระหว่างโรงงานอุตสาหกรรม ชุมชน และตลาดในท้องถิ่นซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดปริมาณของเสียจากกระบวนการผลิตเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมด้วย

สำหรับบทความในช่วงนี้ ผู้เขียนจะขอนำเสนอชุดบทความเกี่ยวกับแนวทางในการเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจแบบเส้นตรงไปสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อให้องค์กรมองเห็นภาพรวมของแนวทางรวมทั้งการปฏิรูปเชิงระบบและบทบาทผู้นำทางอุตสาหกรรมในภาครีไซเคิลและการกำจัดของเสียซึ่งบทความในตอนนี้ จะนำท่านไปพบกับความท้าทายเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศไทย ดังต่อไปนี้

แม้ว่าแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy: CE) จะได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในระดับโลก แต่ในภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดการของเสีย เช่น โรงงานรีไซเคิล เศษเหล็ก เศษสแล็ก หรือขยะอิเล็กทรอนิกส์กลับเผชิญกับความย้อนแย้งอย่างเห็นได้ชัด

ในเชิงโครงสร้าง โรงงานเหล่านี้มักมองว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของระบบ CE อยู่แล้ว เนื่องจากมีบทบาทในการรับวัสดุเหลือใช้จาก upstream หรือ midstream เพื่อนำไปรีไซเคิลหรือใช้ประโยชน์ใหม่ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในเชิงระบบจะพบว่ากระบวนการดำเนินธุรกิจของโรงงานเหล่านี้ยังอยู่ในลักษณะ “เส้นตรง” กล่าวคือ รับของเสียมาแปรรูปบางส่วนแล้วส่งต่อไปยัง downstream โดยขาดกลไกการติดตามย้อนกลับ (traceability) หรือขาดความร่วมมือแบบบูรณาการในระบบที่ยั่งยืนภายใต้หลักการของเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างแท้จริง

ธุรกิจเหล่านี้จึงควรมีบทบาทมากกว่าการ “จัดการของเสีย” หากต้องการเป็นส่วนหนึ่งของ CE อย่างแท้จริงโดยควรเปลี่ยนบทบาทเป็น “ผู้นำการเปลี่ยนผ่าน” (Transition Agents) ที่สามารถสร้างวงจรปิด (Closed Loop) อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างกลไกการกำกับดูแลและจัดการวงจร(stewardship) ร่วมกับอุตสาหกรรมผู้ผลิตเดิม การคืนกลับทรัพยากรสู่ชุมชนอย่างมีความรับผิดชอบ หรือการออกแบบระบบติดตามวัสดุ (Material Traceability System) ที่ชัดเจนเพื่อให้เกิดการหมุนเวียนทรัพยากรในระบบนิเวศ (ecosystem) แทนที่จะเป็นเพียงการ “หลีกเลี่ยงการฝังกลบ” เท่านั้น

ในประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศไทย ปัญหานี้มีความซับซ้อนมากขึ้น ภาคอุตสาหกรรมรีไซเคิลและกำจัดของเสียส่วนใหญ่ยังคงดำเนินงานภายใต้โมเดลธุรกิจแบบเดิม ขาดการออกแบบเพื่อความยั่งยืน และขาดเครื่องมือประเมินผลลัพธ์ในเชิงหมุนเวียน (CE Performance Metrics) อย่างเป็นระบบ จึงเกิด “ปริศนาเชิงระบบ” หลายประการที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจน เช่น

  • โรงงานรีไซเคิลหรือกำจัดของเสียสามารถถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบ CE ได้หรือไม่ หากไม่มีข้อมูลย้อนกลับว่าวัสดุที่รับมานั้นจะกลับเข้าสู่วัฏจักรใหม่ได้อย่างไร
  • การแปรรูปของเสียเพื่อการขายต่อ ถือเป็นการรีไซเคิลเชิงหมุนเวียน หรือเพียงการขจัดภาระของภาคอุตสาหกรรมupstream
  • โรงงานที่เน้นกำไรจากของเสียเป็นหลักจะมีแรงจูงใจเพียงพอในการลงทุนด้าน traceability หรือ collaborative circular systems หรือไม่
  • ภาคธุรกิจเหล่านี้สามารถเปลี่ยนผ่านได้อย่างไรโดยไม่สูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขัน และไม่ต้องพึ่งพานโยบายบังคับเพียงอย่างเดียว

คำถามเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายเชิงระบบที่ไม่อาจแก้ไขได้ด้วยมาตรการด้านเทคนิคหรือการเพิ่มประสิทธิภาพภายในองค์กรเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการเปลี่ยนแนวคิดองค์กร กลยุทธ์เชิงระบบ และความร่วมมือกับภาคส่วนอื่นใน value chain ทั้ง upstream และ downstream ด้วย

ดังนั้น บทความชุดนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อเสนอแนวทางในการเปลี่ยนผ่านองค์กรประเภทนี้จากธุรกิจแบบเส้นตรงไปสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านการปรับโครงสร้างทางธุรกิจ  การพัฒนารูปแบบการประเมินผลลัพธ์ CE ที่สอดคล้องกับบริบทของธุรกิจจัดการของเสีย และการสร้างพันธมิตรเชิงระบบอย่างมีส่วนร่วมซึ่งครั้งต่อไปจะนำเสนอเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับบริบทของธุรกิจจัดการของเสีย เรื่อง “บทบาทของผู้จัดการของเสียในฐานะตัวเร่งเศรษฐกิจหมุนเวียน” โปรดติดตามครับ

 1,257 ผู้เข้าชมทั้งหมด