วันมาตรฐานโลก 2568 กับพลังแห่งความร่วมมือเพื่อโลกที่ดีขึ้น

Share
พรรณเพ็ญ  วัยเจริญ

ทุกครั้งที่เสียบปลั๊กชาร์จโทรศัพท์ ขึ้นเครื่องบิน หรือแม้แต่ซื้อสินค้าออนไลน์ เราต่างก็ใช้ประโยชน์จาก “มาตรฐานสากล” โดยไม่รู้ตัว สิ่งที่ดูเหมือนธรรมดาสามัญเหล่านี้ล้วนเกิดจากความร่วมมือของผู้เชี่ยวชาญจากทั่วทุกมุมโลกที่ทุ่มเทสร้างข้อตกลงร่วมกันเพื่อให้ชีวิตของเราปลอดภัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้น เบื้องหลังความสะดวกสบายเหล่านี้มีวันสำคัญที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองและขอบคุณผู้ที่อุทิศตนเพื่อสร้างมาตรฐานดังกล่าวซึ่งก็คือ “วันมาตรฐานโลก”

วันมาตรฐานโลก (World Standards Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 14 ตุลาคมของทุกปีเป็นวันที่มีความสำคัญในการส่งเสริมความตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญของมาตรฐานสากลต่อเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี รวมถึงชีวิตประจำวัน ในโอกาสนี้ ไออีซี ไอเอสโอ และไอทียูในฐานะหน่วยงานพันธมิตรหลักจึงร่วมกันเฉลิมฉลองเพื่อแสดงความชื่นชมต่อความพยายามของผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานในสาขาต่างๆ จากทั่วโลกที่ได้พัฒนาข้อตกลงทางเทคนิควิชาการร่วมกันด้วยสมัครใจและฉันทามติหรือความเห็นพ้องต้องกัน รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาระบบมาตรฐานสากลให้เป็นที่ยอมรับและนำไปใช้อย่างกว้างขวางทั่วโลก

ไออีซีหรือคณะกรรมการระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐานสาขาอิเล็กทรอเทคนิกส์ (International Electrotechnical Commission) เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่จัดทำมาตรฐานสากลด้านไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพัฒนาระบบการตรวจประเมินเพื่อรับรองคุณภาพในขณะที่ไอเอสโอหรือองค์กรระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน (International Organization for Standardization) ทำหน้าที่พัฒนาและเผยแพร่มาตรฐานสากลเพื่อช่วยให้การแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการระหว่างประเทศเป็นไปอย่างราบรื่น ยกระดับคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ บริการ และระบบต่างๆ รวมถึงส่งเสริมการค้า สุขภาพ ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และนวัตกรรม ส่วนไอทียูหรือสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union) ทำหน้าที่ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศด้านโทรคมนาคมและการสื่อสาร โดยเฉพาะการจัดสรรคลื่นความถี่และวงโคจรดาวเทียม  การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศด้านโทรคมนาคมและการสื่อสาร โดยมีหน้าที่หลักคือการจัดสรรคลื่นความถี่และวงโคจรดาวเทียม  การกำหนดมาตรฐานทางเทคนิคสำหรับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) และการให้ความช่วยเหลือประเทศต่างๆ ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโทรคมนาคม และการกำหนดมาตรฐานทางเทคนิควิชาการสำหรับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

ด้วยหน้าที่ของแต่ละองค์กรที่มีร่วมกันในความเชี่ยวชาญด้านมาตรฐานแต่ละด้าน  ทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างกัน และในปี 2568 นี้ (ค.ศ.2025) เนื่องในวันมาตรฐานโลก ผู้นำขององค์กรทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ โจ คอปส์ (Jo Cops) ประธานไออีซี  ซอง ฮวาน โช (Sung Hwan Cho) ประธานไอเอสโอ  และเซโซ โอโนเอะ (Seizo Onoe) ผู้อำนวยการไอทียูก็ได้ร่วมกันส่งสารถึงประชาคมโลก ในหัวข้อเกี่ยวกับการมีวิสัยทัศน์ร่วมกันเพื่อโลกที่ดีขึ้นโดยเน้นเรื่องความร่วมมือเพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 17) โดยมีใจความสำคัญ 3 เรื่อง ดังต่อไปนี้
1. ความสำคัญของมาตรฐานสากลต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน มาตรฐานสากลเป็นรากฐานสำคัญที่ส่งเสริมความร่วมมือระดับสากลโดยทำหน้าที่เป็นกรอบการทำงานร่วมกันระหว่างภาคอุตสาหกรรม รัฐบาล และองค์กรต่างๆ วันมาตรฐานโลกปี 2568 มุ่งเน้นการแสดงตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของพลังแห่งความร่วมมือผ่านมาตรฐานสากล และผู้นำทั้ง 3 องค์กรดังกล่าวได้เชิญชวนทุกภาคส่วนมาร่วมภารกิจเพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

  1. ความท้าทายและความจำเป็นในการบรรลุเป้าหมาย SDGs เป้าหมาย SDGs มุ่งแก้ไขปัญหาความไม่สมดุลทางสังคม การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน และการชะลอการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนจำนวนมาก รวมถึงการใช้เครื่องมือทั้งหมดที่มีอยู่ โดยเฉพาะมาตรฐานสากลและการประเมินความสอดคล้อง ตัวอย่างของการต่อสู้กับการระบาดใหญ่ได้แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการรับมือกับ SDGs อย่างครอบคลุมเพื่อสร้างสังคมที่ยืดหยุ่นและเท่าเทียมกันมากขึ้น
  2. พลังแห่งความร่วมมือผ่านระบบมาตรฐาน ระบบมาตรฐานทั้งหมดสร้างขึ้นบนพื้นฐานของความร่วมมือซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าการทำงานร่วมกันทำให้องค์กรทั้ง 3 แห่งที่ได้ร่วมมือกันมีความแข็งแกร่งมากขึ้นซึ่งวันมาตรฐานโลกก็ได้มีการจัดขึ้นต่อเนื่องร่วมกันเป็นปีที่ 3 เพื่อแสดงให้เห็นว่ามาตรฐานสากลมีส่วนช่วยต่อความสำเร็จของ SDGs ด้วยการเร่งผลักดันวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนปี 2030 ด้วยวิสัยทัศน์ร่วมกันเพื่อโลกที่ดีขึ้น

วันมาตรฐานโลกในปีนี้จึงเป็นมากกว่าการเฉลิมฉลองโดยเป็นสิ่งที่ช่วยย้ำเตือนเราว่าความก้าวหน้าระดับโลกนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานฉันทามติ เมื่อก้าวข้ามข้อกำหนดทางเทคนิควิชาการไปแล้ว เราจะเห็นว่ามาตรฐานสากลคือพิมพ์เขียวและสะพานสำคัญที่เชื่อมโยงความเข้าใจ เศรษฐกิจ สังคม และช่วยปกป้องโลกของเรา รวมทั้งเสริมสร้างพลังให้กับชุมชนที่หลากหลายซึ่งการนำมาตรฐานสากลไปใช้ในธุรกิจองค์กรต่างๆ ถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะนำทุกคนมุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืนและเท่าเทียมกันตามเป้าหมาย SDGsต่อไป

ที่มา: https://www.worldstandardsday.org/message.html#message

 946 ผู้เข้าชมทั้งหมด