วิสัยทัศน์ใหม่ของไอเอสโอขับเคลื่อนความยั่งยืนระดับโลกให้ก้าวสู่อนาคต

Share
พรรณเพ็ญ วัยเจริญ

ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน มาตรฐานสากลกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นคงให้กับสังคมโลก เมื่อเดือนมกราคม 2569 ดร. คาเลด ซูฟี ประธานองค์การมาตรฐานแห่งอียิปต์ (Egyptian Organization for Standardization: EOS) ได้ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งประธานไอเอสโอหรือองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐานพร้อมกับวิสัยทัศน์ในการนำองค์กรสู่ยุคใหม่ที่ตอบสนองความท้าทายระดับโลก

ดร. ซูฟี มองว่ามาตรฐานสากลไม่ใช่แค่เอกสารทางเทคนิควิชาการ แต่เป็นกลไกสำคัญที่ให้ความสม่ำเสมอเมื่อเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง สร้างความน่าเชื่อถือเมื่อเผชิญกับข้อสงสัย และสร้างความเป็นเอกภาพเมื่อเผชิญกับความแตกแยก มาตรฐานเหล่านี้ช่วยส่งเสริมนวัตกรรมโดยกำหนดโครงสร้างและกลไกที่รับประกันว่าผลิตภัณฑ์ บริการ และระบบเป็นไปตามเกณฑ์คุณภาพที่วัดได้ ทำให้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญของการค้าระหว่างประเทศและการพัฒนาที่ยั่งยืน

สี่เสาหลักแห่งวิสัยทัศน์ใหม่ของไอเอสโอ

  1. มาตรฐานที่ทันสมัยสำหรับโลกยุคใหม่ ไอเอสโอกำลังพัฒนามาตรฐานในสองภาคส่วนที่สำคัญที่สุดของยุคนี้ ได้แก่ เทคโนโลยีเกิดใหม่และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการวิชาการไอเอสโอและไออีซีด้านเอไอและควอนตัมกำลังกำหนดอนาคตของยุคดิจิทัลผ่านงานด้านการบรรจบกันของชีวภาพและดิจิทัล เมตาเวิร์ส และอินเทอร์เฟสระหว่างสมองกับคอมพิวเตอร์

ในด้านสภาพภูมิอากาศ มาตรฐานของไอเอสโอเกี่ยวกับการจัดการพลังงาน การปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังช่วยเปลี่ยนพันธสัญญาให้เป็นการกระทำที่วัดผลได้ในขณะที่งานด้านความหลากหลายทางชีวภาพและเศรษฐกิจหมุนเวียนช่วยให้องค์กรต่างๆ มีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

  1. วิวัฒนาการทางดิจิทัลภายในองค์กร ไอเอสโอไม่เพียงแต่ขับเคลื่อนนวัตกรรมผ่านมาตรฐานสากลเท่านั้น แต่ยังสร้างนวัตกรรมภายในองค์กรเองอีกด้วย การเปิดตัว ISO AI Companion ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการพัฒนามาตรฐานออนไลน์ (OSD) และหน่วยส่งมอบของไอเอสโอและไออีซีสำหรับโครงการ SMART ถือเป็นก้าวสำคัญในการปรับปรุงกระบวนการ เพิ่มคุณภาพ และลดเวลาการผลิต เพื่อให้ไอเอสโอยังคงตอบสนองความต้องการของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
  2. ระบบนิเวศมาตรฐานระดับโลกที่แข็งแกร่ง ดร. ซูฟี เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันข้ามพรมแดนและภาคส่วนโดยไอเอสโอกำลังสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับรัฐบาล ผู้นำอุตสาหกรรม นักวิชาการ และภาคประชาสังคมซึ่งสอดคล้องกับหัวข้อการประชุมประจำปีของ ไอเอสโอในเมืองคิกาลีที่ว่า “รวมพลังเพื่อสร้างผลกระทบ”

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือแนวทาง ISO/UNDP สำหรับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ความร่วมมือกับพิธีสารว่าด้วยก๊าซเรือนกระจก และงานภายในความร่วมมือด้านมาตรฐานโลกร่วมกับ IEC และ ITU

หัวใจสำคัญของระบบนิเวศนี้คือ SMEs ซึ่งมีมากกว่า 90% ของธุรกิจทั่วโลกและครึ่งหนึ่งของ GDP โลก  ไอเอสโอจึงมุ่งมั่นในการจัดหามาตรฐานที่ช่วยให้ SMEs โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเทศกำลังพัฒนา สามารถสร้างความไว้วางใจ แสดงความน่าเชื่อถือ และเข้าถึงตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิผล

  1. ความครอบคลุมและความเท่าเทียม รายงานการพัฒนาโลกปี 2568 (ค.ศ.2025) ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามาตรฐานสากลไม่ใช่แค่สิ่งที่ควรมีอีกต่อไปเท่านั้น แต่เป็นตัวกำหนดความสามารถของประเทศในการค้า การนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ และการแข่งขันในเศรษฐกิจโลก

แผนปฏิบัติการไอเอสโอสำหรับประเทศกำลังพัฒนา (APDC) ปี 2026-2030 จึงได้รับการออกแบบมาเพื่อเตรียมความพร้อมให้สมาชิกด้วยเครื่องมือ ทักษะ และระบบสถาบันที่จำเป็น ตั้งแต่การอำนวยความสะดวกทางการค้าไปจนถึงการพัฒนาเศรษฐกิจที่ครอบคลุม

ความครอบคลุมต้องขยายไปถึงคนรุ่นต่างๆ ด้วย คนรุ่นใหม่จะได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่จากการปฏิวัติเอไอ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดังนั้น มุมมองของไอเอสโอในการกำหนดอนาคตที่รับผิดชอบและยั่งยืนจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง

ดร. ซูฟี ได้เข้ารับตำแหน่งประธานไอเอสโอด้วยความมุ่งมั่นโดยตระหนักถึงความรับผิดชอบที่สมาชิกไอเอสโอมอบหมายให้ซึ่ง ดร.ซูฟีก็มองเห็นมาตรฐานสากลเป็นเครื่องมือที่มีพลังในการสร้างความไว้วางใจ ขับเคลื่อนนวัตกรรม และสร้างเส้นทางสู่ความก้าวหน้าที่ยั่งยืนเช่นกันโดยวิสัยทัศน์ของดร.ซูฟีเน้นให้เห็นว่าการทำงานร่วมกันและดึงเอาความเชี่ยวชาญร่วมกันมาใช้จะทำให้ไอเอสโอสามารถเสริมสร้างบทบาทของมาตรฐานสากลในการสร้างอนาคตที่ชาญฉลาด ยืดหยุ่น และยั่งยืนยิ่งขึ้นอันเป็นการรวมพลังกันในความมุ่งมั่นที่จะทำให้ชีวิตของผู้คนง่ายขึ้น ปลอดภัยขึ้น และดีขึ้นต่อไป

การนำมาตรฐานไอเอสโอมาประยุกต์ใช้ไม่เพียงช่วยสร้างความไว้วางใจและความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้า แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดประตูสู่ตลาดโลก และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วย มาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ยั่งยืนด้วยมาตรฐานสากล ธุรกิจและองค์กรที่สนใจข้อมูลองค์ความรู้หรือต้องการขอรับการรับรองตามมาตรฐานระบบการจัดการ  สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ฝ่ายรับรองระบบ โทรศัพท์ 026171723 – 36  Email: [email protected] 

ที่มา: https://www.iso.org/news/2026/01/message-from-iso-president

 925 ผู้เข้าชมทั้งหมด