สำรวจ มอก.9999 จากศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

Share

พรรณเพ็ญ วัยเจริญ

เมื่อเร็วๆ นี้ MASCIIntelligence ได้นำเสนอบทความเรื่อง “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ก่อนก้าวสู่ มอก.9999 ซึ่งกล่าวถึงความเป็นมา หลักการสำคัญ และความเชื่อมโยงกับการพัฒนาที่ยั่งยืน

สำหรับบทความในครั้งนี้ เพื่อทำความเข้าใจแนวคิดที่อยู่เบื้องหลังมาตรฐานแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรม มอก.9999 จะขอนำทุกท่านไปศึกษา “ศาสตร์พระราชา” ซึ่งอยู่ในองค์ความรู้ ภูมิปัญญาและหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรที่ได้ทรงนำไปพัฒนาประเทศซึ่งการบรรยายในโอกาสต่างๆ ของ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ก็ได้เน้นย้ำถึงพระปฐมบรมราชโองการเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2493 (ค.ศ.1950) ที่ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” อันแสดงถึงหลักการธรรมาภิบาล (Good Governance) ที่พระองค์ได้ทรงประกาศมาก่อนฝรั่ง 50 ปีแล้วและแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาของพระองค์ในการเข้าใจหลักการของสังคม  จะเห็นได้ว่าพระองค์ทรงใช้คำว่า “ครอง” แทนคำว่า “ปกครอง” เพื่อแสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงมีเป้าหมายในการดูแลประชาชนด้วยความรัก ความเมตตา และความรับผิดชอบ

ทั้งนี้ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ได้กล่าวว่าเป็นเวลากว่า 30 ปีที่ได้เรียนรู้หลักการทรงงานของพระองค์นั้น หากทุกคนน้อมนำไปปฏิบัติแล้วก็เชื่อว่าจะช่วยให้ทุกคนและประเทศชาติพัฒนาและเจริญรุ่งเรืองอย่างมั่นคงสืบไปซึ่งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ขออนุญาตสำนักงาน กปร.น้อมนำหลักการทรงงานอันทรงคุณค่ายิ่งที่สำนักงาน  กปร. ได้จัดพิมพ์ขึ้นมาจัดทำเป็นสมุดบันทึก “เรียนรู้หลักการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” เผยแพร่แก่ปวงชนชาวไทยโดยมีหลักการทั้งหมด 23 หลักการ อาทิ ศึกษาข้อมูลอย่างเป็นระบบ  (การที่จะพระราชทานโครงการใดโครงการหนึ่งจะทรงศึกษาข้อมูลรายละเอียดอย่างเป็นระบบ ทั้งจากข้อมูลเบื้องต้นจากเอกสาร แผนที่สอบถามจากเจ้าหน้าที่ นักวิชาการและราษฎรในพื้นที่ให้ได้รายละเอียดที่ถูกต้อง เพื่อที่จะพระราชทานความช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง รวดเร็วตรงตามความต้องการของประชาชน) ระเบิดจากข้างใน (สร้างความเข้มแข็งให้คนในชุมชนที่เราเข้าไปพัฒนามีสภาพพร้อมที่จะรับการพัฒนาเสียก่อน แล้วจึงค่อยออกมาสู่สังคมภายนอก)  ภูมิสังคม ในการพัฒนาใดๆ ต้องคำนึงถึงสภาพภูมิประเทศของบริเวณนั้นๆ ว่าเป็นอย่างไร และสังคมวิทยาเกี่ยวกับลักษณะนิสัยใจคอของคน ตลอดจนวัฒนธรรมประเพณีในแต่ละท้องถิ่นที่มีความแตกต่างกัน องค์รวม ทรงมีวิธีคิดอย่างองค์รวม (Holistic) หรือมองอย่างครบวงจร ในการที่จะพระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับโครงการหนึ่งนั้น จะทรงมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและแนวทางแก้ไขอย่างเชื่อมโยง การมีส่วนร่วม ทรงเป็นนักประชาธิปไตย จึงทรงนำประชาพิจารณ์มาใช้ในการบริหาร เพื่อเปิดโอกาสให้สาธารณชน ประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ทุกระดับได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่จะต้องคำนึงถึงความคิดเห็น เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่ทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ และเมื่อภายหลังได้ทรงเน้นย้ำแนวทางการแก้ไขเพื่อให้รอดพ้นซึ่งหลักการทรงงานทั้ง 23 ข้อได้รับการบรรจุอยู่ในภาคผนวก ก. ของมาตรฐาน มอก.9999 ด้วย

แล้วศาสตร์พระราชาคืออะไรกันแน่ คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชา สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ชี้ว่าหัวใจของศาสตร์พระราชา ประกอบด้วย 3 ศาสตร์ คือ 1. ศาสตร์แห่งการพัฒนา 2. ศาสตร์แห่งความประพฤติ การครองตน 3. ศาสตร์แห่งการอยู่ร่วมกัน โดยมีศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นองค์ความรู้ที่ประกอบด้วยการจัดการน้ำ สหกรณ์ การจัดการดิน การจัดการป่าและสิ่งแวดล้อม นวัตกรรมเกษตรทฤษฎีใหม่ ปรัชญาของเศรษกิจพอเพียงซึ่งต้องมีแนวทางการเรียนรู้ศาสตร์พระราชาใน 5 มิติ คือ 1. มิติ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” 2. มิติ “ภูมิสังคม” 3. มิติ “หลักการทรงงาน 23 ข้อ” (ดังกล่าวข้างต้น) 4. มิติ “การสร้างคนด้วยการศึกษาและการเรียนรู้” 5. มิติ “หลัก 3 ป” (ปฏิบัติ – ลงมือทำตามหลักการและแนวทางที่กำหนดไว้ ปริยัติ – ศึกษาเรียนรู้ให้เข้าใจหลักการและแนวทางการทำงานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และปฏิเวธ – ประยุกต์ความรู้และประสบการณ์เพื่อปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น)

คณะกรรมการโครงการเฉลิมพระเกียรติของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ปี 2560 ระบุว่าจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั่วประเทศ ทรงมีหลักในการพัฒนา 3 ขั้นตอน ได้แก่ 1. หลักคิด คือเป้าหมายในการทรงงานเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน 2. หลักทฤษฎี คือ แนวคิดและทฤษฎีที่ได้มีการทดสอบและพิสูจน์แล้วและได้พระราชทานสู่การปฏิบัติจริง 3. หลักปฏิบัติ คือ ขั้นตอนของการดำเนินงานโครงการอย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลโดยในการดำเนินโครงการได้พระราชทานหลักการ “เข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา” คำว่า “เข้าใจ” คือ เข้าใจสภาพภูมิประเทศและมนุษย์ “เข้าถึง” คือ เข้าถึงภูมิสังคมและข้อมูลเพื่อให้การสร้างสรรค์นั้นตอบสนองความต้องการของประชาชน และ “พัฒนา” คือ กำหนดเป็นแนวทางการพัฒนาด้วยความรู้และภูมิปัญญาที่ไม่จำกัดอยู่เพียงมิติใดมิติหนึ่ง รวมถึงการทดลองและปรับปรุงจนได้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและประยุกต์ใช้ได้ไม่รู้จบในขณะที่มาตรฐาน มอก.9999 ได้รวมปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไว้ (ทางสายกลางกับ 2 ห่วง 3 เงื่อนไข) และอยู่บนหลักการการมีส่วนร่วมของบุคลากร การเคารพต่อผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การบริหารแบบองค์รวม และการบริหารเชิงระบบซึ่งใช้หลักการ PDCA ในการบูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงทั่วทั้งองค์กรโดยคำนึงถึงบริบทของการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ ในด้านสังคม เทคโนโลยี เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และการเมืองและกฎระเบียบ และทั้งหมดนี้สามารถทำให้องค์กรที่นำมอก.9999 ไปใช้มีการเติบโตอย่างสมดุล มั่นคง ยั่งยืน และมีความสุขซึ่งจะเห็นได้ว่ามาตรฐานนี้มีแนวทางที่สอดคล้องกับหลักการทรงงานและหลักการพัฒนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

กล่าวได้ว่าศาสตร์พระราชาเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าและการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่การปฏิบัติจริงในภาคอุตสาหกรรมก็เป็นเรื่องที่องค์กรสามารถนำไปใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม และยั่งยืน  สำหรับท่านที่สนใจองค์ความรู้หรือขอรับการทวนสอบตามมาตรฐานแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรม มอก.9999 สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายบริการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน โทรศัพท์ 026171723 – 36  หรือ Email: [email protected]

ที่มา:

1. https://www.nesdc.go.th/ewt_news.php?nid=5765&filename=anti_coruption
2.
https://ssru.ac.th/content-rank/4.pdf

 1,579 ผู้เข้าชมทั้งหมด