พรรณเพ็ญ วัยเจริญ
คำถามที่เกิดขึ้นในยุคที่ข้อมูลเท็จถูกแพร่กระจายได้ในพริบตาคือ ใครจะช่วยปกป้องความจริงได้ เราสามารถหาคำตอบนี้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางปีที่ผ่านมาซึ่งกรุงเจนีวาได้กลายเป็นศูนย์กลางของการประชุมสำคัญระดับโลกเมื่อสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ร่วมกับองค์การสหประชาชาติ (UN) และรัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ ร่วมกันจัดงาน AI for Good Global Summit 2025 ขึ้นระหว่างวันที่ 8-11 กรกฎาคม 2568 (ค.ศ.2025)
การประชุมครั้งนี้ไม่ได้จัดขึ้นเพียงเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของเอไอหรือปัญญาประดิษฐ์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเน้นถึงการใช้เทคโนโลยีนี้แก้ปัญหาใหญ่ของโลกด้วย ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตสภาพภูมิอากาศ การพัฒนาระบบสุขภาพ หรือการเสริมศักยภาพการเกษตรและอาหาร โดยมีเป้าหมายให้เอไอเป็นนวัตกรรมที่สร้างสรรค์และยกระดับทักษะของมนุษยชาติอย่างมีมาตรฐาน
จุดเปลี่ยนสำคัญคือ เมื่อเอไอสร้างเนื้อหาได้ง่ายเกินไป
ในงานครั้งนี้มีการเปิดตัวสิ่งที่สำคัญ คือเอกสาร 2 ฉบับจากโครงการ AMAS (AI and Multimedia Authenticity Standards) ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มระดับโลกที่รวมพลังผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากหลายภาคส่วน เพื่อต่อสู้กับข้อมูลบิดเบือนและการใช้เนื้อหาเอไอในทางที่ผิด
เอกสารฉบับแรกคือ “AI and Multimedia Authenticity Standards” ซึ่งเป็นรายงานทางวิชาการที่ให้ภาพรวมของมาตรฐานและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับความถูกต้องของสื่อดิจิทัลและเอไอในปัจจุบันเพื่อชี้ให้เห็นว่าโลกมีเครื่องมือหรือมาตรฐานอะไรอยู่บ้างเพื่อตรวจสอบความจริง
เอกสารฉบับที่สอง คือ “Building Trust in Multimedia Authenticity through International Standards” ซึ่งเป็นคู่มือเชิงนโยบายที่ให้คำแนะนำผู้กำหนดนโยบายว่าจะใช้มาตรฐานสากลควบคุมการสร้าง ใช้ และเผยแพร่เนื้อหาสังเคราะห์อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ
เป้าหมายที่ชัดเจนของเอกสารทั้ง 2 ฉบับ คือ ปกป้องความจริงโดยไม่ปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ซึ่งเอกสารนี้ไม่ได้เป็นเพียงข้อเสนอแนะธรรมดา แต่เป็นพันธกิจและหลักฐานอ้างอิงที่จะนำไปใช้ในการประชุมสุดยอดที่กรุงโซลเพื่อสร้างรากฐานการกำกับดูแลเอไอในระดับโลกต่อไป
ผู้เข้าร่วมโครงการ AMAS เชื่อมั่นร่วมกันว่าโลกของเราจำเป็นต้องดำเนินการในเรื่องที่สำคัญดังต่อไปนี้
- ปกป้องความถูกต้องของข้อมูลโดยทำให้ผู้ใช้รู้ว่าเนื้อหาใดสร้างหรือแก้ไขโดยเอไอ
- รักษาสิทธิส่วนบุคคล รวมทั้งสร้างความไว้วางใจในโลกดิจิทัล
- สนับสนุนมาตรฐานทางเทคนิควิชาการที่แข็งแกร่งโดยใช้กฎระเบียบเป็นพื้นฐาน
- ไม่ปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์แม้ว่าจะมีการควบคุมก็ตาม
เสียงจากผู้นำ
กิลส์ โทเนต์ (Gilles Thonet) รองเลขาธิการ IEC เปรียบว่า “มาตรฐานสากลเป็นเสมือนรั้วกั้นสำหรับการพัฒนาเอไออย่างมีความรับผิดชอบและปลอดภัย” เอกสารเหล่านี้ไม่เพียงแต่ชี้ทางปฏิบัติเท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานสำหรับระบบที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและสิทธิมนุษยชนด้วย พร้อมกันนี้ ยังชี้ช่องว่างที่ต้องแก้ไขให้ด้วย
บิลเอล จามูสซี (Bilel Jamoussi) รองผู้อำนวยการสำนักงานมาตรฐานโทรคมนาคมของ ITU เน้นย้ำว่า “เมื่อรัฐบาลต่างๆ เผชิญความท้าทายจากสื่อสังเคราะห์ มาตรฐานการตรวจสอบความถูกต้องจะเป็นเครื่องมือทางเทคนิคที่จำเป็นต่อการดำเนินการร่วมกันในระดับนานาชาติ”
พลังของความร่วมมือในครั้งนี้มาจากองค์กรชั้นนำระดับโลกที่สนับสนุนโครงการ AMAS เช่น IEC ISO ITU C2PA JPEG Group Shutterstock สถาบันวิจัยชั้นนำอย่าง Fraunhofer Heinrich Hertz CAICT EPFL และองค์กรชั้นนำอีกหลายแห่งซึ่งแสดงให้เห็นว่าโลกของเราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้
เดินหน้าสู่โซล
การเปิดตัวเอกสารทั้ง 2 ฉบับดังกล่าวได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของเอไอเพื่อสิ่งที่ดีและเป็นการขยายการพูดคุยระดับโลกเกี่ยวกับเอไอก่อนการประชุมสุดยอดมาตรฐานเอไอระหว่างประเทศ 2025 ที่กรุงโซล ระหว่างวันที่ 2-3 ธันวาคม 2568 ซึ่ง IEC ISO และ ITU จะเป็นเจ้าภาพรที่ระดมผู้เชี่ยวชาญและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากทั่วทุกมุมโลกมาประชุมร่วมกันโดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการกำกับดูแลเอไอและผลักดันการสร้างมาตรฐานระดับสากลที่ส่งเสริมการพัฒนาเอไออย่างครอบคลุม มีความรับผิดชอบ และยั่งยืน
ในยุคที่เอไอสามารถสร้างทุกสิ่งทุกอย่างได้ ความจริงจึงเป็นสิ่งที่ล้ำค่ามาก การประชุมดังกล่าวจึงเป็นก้าวสำคัญในการปกป้องสิ่งที่ทุกคนควรได้รับซึ่งก็คือ “ข้อมูลที่เชื่อถือได้ในโลกดิจิทัล” นั่นเอง
หากท่านสนใจข้อมูลองค์ความรู้หรือขอรับรองตามมาตรฐานระบบการจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศหรือมาตรฐานอื่นๆ สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ฝ่ายรับรองระบบ โทรศัพท์ 026171723 – 36 Email: [email protected]
ที่มา:
1. https://siamrath.co.th/n/635897
2. https://www.iso.org/news/2025/07/ai-for-good-global-summit-2025
785 ผู้เข้าชมทั้งหมด







