ดร.ชวาธิป จินดาวิจักษณ์
การเปลี่ยนผ่านของโรงงานประเภทจัดการของเสียหรือโรงงานรีไซเคิลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างแท้จริง มิใช่เพียงการติดฉลากหรือปรับคำอธิบายเชิงการตลาด หากแต่เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ซึ่งเริ่มต้นจากการตั้งคำถามกับบทบาทของตนเองในห่วงโซ่คุณค่าปัจจุบัน โรงงานเหล่านี้มักมองว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของระบบหมุนเวียนโดยอัตโนมัติ เพียงเพราะทำหน้าที่จัดการวัสดุเหลือใช้หรือของเสีย แต่ในความเป็นจริง โครงสร้างทางธุรกิจ กลยุทธ์ทางการตลาดและกระบวนการภายในยังคงสะท้อนแนวคิดของระบบเศรษฐกิจเส้นตรงที่เน้นการกำจัด ลดต้นทุน และส่งต่อปัญหามากกว่าการฟื้นฟูคุณค่าและคืนกลับวัสดุเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างมีเป้าหมาย
แนวทางการเปลี่ยนผ่านจึงควรเริ่มจากการปรับแนวคิด (mindset shift) จาก “ผู้กำจัดของเสีย” สู่ “ผู้ดูแลวงจรทรัพยากร” ซึ่งจะเปลี่ยนจุดยืนของโรงงานจากปลายทางของห่วงโซ่อุปทานไปสู่การเป็นจุดเชื่อมสำคัญที่สามารถเชื่อมโยง upstream และ downstream ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเปลี่ยนแนวคิดนี้จะนำไปสู่การพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ที่ไม่เน้นเพียงการแปรรูปวัสดุเหลือใช้ให้ขายได้เท่านั้น แต่ยังเน้นการร่วมสร้างคุณค่ากับผู้ผลิตต้นทาง ชุมชน ผู้บริโภค และหน่วยงานรัฐด้วย เช่น การเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้ให้บริการ “Resource-as-a-Service” หรือ “Upcycling-as-a-Service” ที่สนับสนุนอุตสาหกรรมหลักในการปิดลูปวัสดุอย่างแท้จริงโดยใช้ทักษะและเทคโนโลยีเฉพาะทางที่ตนมีอยู่แล้ว
ในกระบวนการนี้ โรงงานจัดการของเสียจำเป็นต้องสร้างการเชื่อมโยงย้อนกลับ (reverse collaboration) กับผู้ผลิตต้นทางผ่านระบบโลจิสติกส์แบบย้อนกลับ (reverse logistics) และการจัดตั้งกลไกคืนวัสดุ (take-back mechanism) ที่ออกแบบร่วมกับภาคอุตสาหกรรม เช่น การรับเศษวัสดุกลับมาใช้ใหม่จากผู้ใช้ หรือการร่วมมือกับแบรนด์สินค้าเพื่อรับผิดชอบร่วมกันตามแนวทางการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิตไปยังช่วงต่างๆ ของวงจรชีวิตตั้งแต่การออกแบบ การผลิต ไปจนถึงการจัดการหลังการบริโภค (Extended Producer Responsibility: EPR) แม้ว่าประเทศไทยจะยังไม่ได้ประกาศบังคับใช้ EPR อย่างเป็นทางการก็ตาม แต่โรงงานสามารถพัฒนาแนวทางสมัครใจ เช่น การประสานกับผู้ผลิตในการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สามารถรีไซเคิลได้ง่ายขึ้น หรือการพัฒนาระบบการรายงานและติดตามวัสดุหมุนเวียนที่จัดการแล้ว
ขณะเดียวกัน โรงงานต้องพัฒนาเครือข่ายกับชุมชนในฐานะผู้มีส่วนร่วม ไม่ใช่เป็นเพียงผู้รับของเสียจากชุมชนเท่านั้น แต่ยังเป็นพันธมิตรในการสร้างคุณค่าจากวัสดุเหลือใช้ผ่านกิจกรรม Creative Upcycling หรือการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นในการเพิ่มมูลค่าสินค้าหรือบริการ (Bridgens et al., 2018) อีกด้วย แนวทางนี้ช่วยให้โรงงานสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม พร้อมทั้งกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมในการจัดการวัสดุที่เฉพาะเจาะจงกับบริบทของท้องถิ่น เช่น การสร้าง “เครือข่ายเศรษฐกิจหมุนเวียนฐานชุมชน” (community-based circular economy) ตามแนวทางของ Ede (2021) ที่เน้นความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ และประชาชน
ในด้านนโยบาย โรงงานสามารถใช้เครื่องมือจากภาครัฐ เช่น ระบบ CEPAS (Circular Economy Performance Assessment System) ของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ซึ่งเป็นกลไกประเมินศักยภาพในการดำเนินกิจกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ครอบคลุมทั้งการจัดการพลังงาน ทรัพยากร การมีส่วนร่วมและผลกระทบอย่างยั่งยืน CEPAS ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือประเมินเท่านั้น แต่ยังเป็นแนวทางการพัฒนาตนเองในระยะยาวอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับโรงงาน SME ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงมาตรฐานระดับสากลได้ในทันที
การเปลี่ยนผ่านนี้ยังควรเชื่อมโยงกับแนวทาง CSR เชิงระบบหรือที่เรียกว่า Circular CSR ซึ่งโรงงานสามารถใช้เป็นกลไกเชิงกลยุทธ์ในการร่วมสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนกับภาคส่วนอื่น เช่น การนำวัสดุที่ผ่านกระบวนการรีไซเคิลแล้วส่งต่อให้กลุ่มชุมชนหรือวิสาหกิจเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มหรือการพัฒนาชุมชนให้เป็นจุดรวมวัสดุและจัดการเบื้องต้นก่อนส่งเข้าสู่โรงงานรีไซเคิลหลัก (Stoyanova, 2019; Omar, 2017) แนวทางเหล่านี้จะช่วยให้โรงงานไม่เพียงแค่ “อยู่ในลูป” แต่กลายเป็น “ผู้ขับเคลื่อนลูป” ที่เชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรม สังคม และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกันอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง:
1. Bridgens, B., Powell, M., Farmer, G., Walsh, C., Reed, E., Royapoor, M., … & Heidrich, O. (2018). Creative upcycling: Reconnecting people, materials and place through making. Journal of Cleaner Production, 189, 145–154.
2. Ede, S. (2021). Making Room for the Community-Based Circular Economy. In Cosmolocal Reader.
3. Omar, H. (2017). Sustainable industrial community. Journal of Environmental Protection
4. Reis, W. F., Barreto, C. G., & Capelari, M. G. M. (2023). Circular economy and solid waste management: Connections from a bibliometric analysis. Sustainability, 15(22), 15715
5. Stoyanova, T. (2019). CSR strategies applied in terms of circular economy. Economic Alternatives, 2,
263–274.
6. กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่. (2566). แนวทางการประเมินศักยภาพการเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม (CEPAS).
1,102 ผู้เข้าชมทั้งหมด







