คำว่า RPM โดยทั่วไป หมายถึงหน่วยอัตราการวัดรอบหมุนของเครื่องยนต์และมอเตอร์ และมีการนำไปใช้ในวงการกีฬาที่มีความหมายคล้ายกันด้วย เช่น สำหรับนักวิ่ง RPM หมายถึงจำนวนก้าวต่อหนึ่งนาที (นับเฉพาะขาข้างเดียว) ส่วนนักปั่นจักรยาน RPM หมายถึงจำนวนรอบของการปั่น หรือหมายถึงคลาสออกกำลังกายปั่นจักรยาน RPM ที่ช่วยเผาผลาญแคลอรี่ก็ได้ (RPM: Revolutions per minute) แต่หากกล่าวในบริบทของการดูแลสุขภาพ RPM มีความหมายคือบริการติดตามผู้ป่วยระยะไกล (Remote Patient Monitoring: RPM) นั่นเอง
บริการติดตามผู้ป่วยระยะไกลซึ่งต่อไปนี้จะขอเรียกว่า RPM มีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก มีข้อมูลจาก Business Insider ระบุว่า RPM ช่วยลดความเสี่ยงในการกลับเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และจากข้อมูลของศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยพิตต์สเบิร์ก ระบุว่า RPM ช่วยลดอัตราการกลับเข้ารับการรักษาในฐานะผู้ป่วยในได้ถึง 76%
ในแง่ของผู้ป่วย RPM ทำให้ได้รับประโยชน์อีกหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความสะดวกสบาย ความมีประสิทธิภาพ การควบคุมสุขภาพส่วนบุคคล หรือความแม่นยำ หากมองในแง่ของสถานพยาบาลในการดูแลสุขภาพ การวินิจฉัยที่มีประสิทธิผลจำเป็นต้องอาศัยการสื่อสารที่ละเอียดถี่ถ้วนและสม่ำเสมอระหว่างเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และผู้ป่วย ต้องมีข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ ถูกต้อง และทันเวลาซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการจัดการสภาวะสุขภาพ รวมทั้งการส่งมอบการรักษา และการติดตามความคืบหน้าของผู้ป่วย
ประโยชน์ของ RPM
RPM เป็นหนึ่งในรูปแบบการดูแลเสมือนจริงที่มีประสิทธิภาพสูงสุด จึงได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้กำหนดนโยบายโดยนำเสนอโอกาสสำหรับผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่ดีขึ้นด้วยต้นทุนเพียงเล็กน้อยของวิธีการดูแลสุขภาพแบบดั้งเดิม ข้อมูลมากมายที่รวบรวมจาก RPM สามารถช่วยเป็นแนวทางในการตัดสินใจเชิงนโยบายที่จัดการกับข้อกังวลด้านสุขภาพในทันที ในขณะเดียวกัน ก็วางรากฐานสำหรับระบบการดูแลสุขภาพที่เป็นนวัตกรรมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น (ในประเทศไทย เริ่มมีการนำบริการ RPM มาใช้บ้างแล้ว เช่น ระบบบริการทางการแพทย์ทางไกล AMED Telehealth ดำเนินการโดย สวทช.)
อันที่จริง RPM ไม่ใช่แนวคิดใหม่ในทางเทคนิค แต่ได้มีมาตั้งแต่ทศวรรษ 1960 แล้วและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก็ได้มีการขยายและปรับเปลี่ยนไปสู่โซลูชันและบริการที่เป็นประโยชน์จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ในขณะเดียวกัน ก็ได้รับการยอมรับจากผู้ปฏิบัติงาน ผู้ป่วย ผู้จ่ายเงิน และรัฐบาลด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ผู้ปฏิบัติงานสามารถกำหนดเส้นทางที่มีประสิทธิภาพในการช่วยเหลือผู้ป่วยและจัดการโรคเรื้อรังจากระยะไกลด้วย RPM ได้เป็นอย่างดี
การกำหนดนโยบาย RPM
RPM กลายเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการจัดการภาวะเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง และช่วยลดภาระทางการเงินในระบบการดูแลสุขภาพ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการติดตามผู้ป่วยให้ประสบความสำเร็จยังต้องอาศัยผู้กำหนดนโยบายในการสร้างกรอบการทำงานที่สนับสนุนทั้งผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพและผู้ป่วย กรอบการทำงานนี้จะต้องจัดการกับความท้าทายที่สำคัญ เช่น ความครอบคลุมของบริการ การเข้าถึงที่เท่าเทียมกัน ความเป็นส่วนตัว และความสามารถในการทำงานร่วมกัน เพื่อให้มั่นใจว่า RPM นั้นมีประสิทธิภาพและทุกคนสามารถเข้าถึงได้
ขั้นตอนสำคัญสำหรับผู้กำหนดนโยบายคือการกำหนดแนวทางที่ชัดเจนสำหรับความครอบคลุมของบริการ RPM และการเบิกเงินคืน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกำหนดว่าผู้ป่วยรายใดมีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับการติดตามผู้ป่วยระยะไกล ระยะเวลาของความคุ้มครอง และวิธีชดเชยผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพ ด้วยแนวทางที่ชัดเจนและนโยบายการคืนเงิน ผู้ป่วยและผู้ให้บริการด้านสุขภาพได้รับการสนับสนุนให้ใช้ RPM เพื่อส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ในวงกว้าง
มาตรฐานสากลเกี่ยวกับ RPM
เนื่องจาก RPM ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผู้กำหนดนโยบายและผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพจึงจำเป็นต้องปรับปรุงแนวทางการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เพื่อเพิ่มการยอมรับที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วย การปฏิบัติตามมาตรฐาน สากล เช่น ISO/IEEE 11073 (series) Health informatics – Personal health device communication จึงเป็นกุญแจสำคัญในการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ไม่เพียงแต่สนับสนุน แต่ยังทำให้การประสาน RPM เข้าด้วยกันง่ายขึ้นอีกด้วยซึ่งจะช่วยลดอุปสรรคของระบบราชการและช่วยให้นวัตกรรมเหล่านี้เข้าถึงผู้ป่วยทุกคนได้อย่างปลอดภัย โดยไม่คำนึงถึงสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมหรือภูมิลำเนาที่อาศัยอยู่
นอกจากนี้ ไอเอสโอยังมีมาตรฐาน ISO 13131 Telehealth services – Quality planning guidelines ที่ช่วยวางกรอบการดำเนินงานที่ครอบคลุมสำหรับการบริการสุขภาพทางไกลที่มีคุณภาพสูงด้วยการดูแลผู้ป่วยซึ่งทำให้เข้าถึงผู้ป่วยได้ดีขึ้น มีความต่อเนื่องในการดูแล ปรับปรุงประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วย และช่วยลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับบริการสุขภาพทางไกลที่อาจเกิดขึ้น
ปัจจุบัน RPM หรือบริการติดตามผู้ป่วยระยะไกล ถือว่าเครื่องมืออันทรงพลังสำหรับการเปลี่ยนแปลงด้านการดูแลสุขภาพ และหากเพิ่มศักยภาพของเทคโนโลยีด้วยการปฏิบัติตามมาตรฐานที่แข็งแกร่ง เช่น ISO 13131 ก็จะทำให้สามารถปลดล็อกอนาคตของการดูแลสุขภาพที่สามารถเข้าถึงได้มากขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และถือว่าเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่ดีต่อสุขภาพและยั่งยืนมากขึ้นสำหรับเราทุกคน
ที่มา:
1. https://blog.prevounce.com/27-remote-patient-monitoring-statistics-every-practice-should-know
2. https://www.iso.org/healthcare/remote-patient-monitoring
4,627 ผู้เข้าชมทั้งหมด







