ไอเอสโอผนึกกำลังธนาคารโลกด้านมาตรฐานเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

Share
พรรณเพ็ญ วัยเจริญ

ในโลกของการทำงานนั้น  “มาตรฐานสากล” มักถูกมองว่าเป็นเรื่องเฉพาะทางสำหรับวิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญในโรงงานเท่านั้น แต่ในวันนี้  เซร์คิโอ มูฮิกา เลขาธิการไอเอสโอได้ออกมายืนยันว่าความคิดนั้นกำลังจะเปลี่ยนไป เพราะมาตรฐานเหล่านี้เป็นกลไกที่ไม่ใช่แค่เรื่องทางเทคนิค แต่คือโครงสร้างพื้นฐานที่มองไม่เห็นซึ่งเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า นวัตกรรม และความยั่งยืน

ความต้องการมาตรฐานทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาพร้อมกับความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับบทบาทสำคัญของมาตรฐานในการเติบโตทางเศรษฐกิจ จวบจนถึงปัจจุบัน ไอเอสโอได้พัฒนามาตรฐานมากกว่า 25,000 รายการ ซึ่งตอกย้ำความสำคัญของมาตรฐานในฐานะที่เป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้เข้าถึงตลาดโลกได้

เลขาธิการไอเอสโอย้ำว่ารายงานความร่วมมือล่าสุดระหว่างไอเอสโอและธนาคารโลกคือสัญญาณชัดเจนว่า มาตรฐานสากลไม่ใช่เพียงข้อบังคับทางเทคนิคอีกต่อไป แต่เป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาที่ครอบคลุมและยั่งยืน การปลดล็อกศักยภาพของมาตรฐานหมายถึงการทำให้มั่นใจว่าทุกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศกำลังพัฒนา สามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาและการประกาศใช้มาตรฐานเหล่านั้นได้ ไม่ใช่เพียงแค่ผู้รับผลกระทบ แต่ต้องเป็นผู้กำหนดทิศทาง

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญที่รายงานระบุคือ หลายประเทศยังขาดศักยภาพและงบประมาณในการเข้าสู่กระบวนการตัดสินใจระดับโลกซึ่งส่งผลให้มาตรฐานบางอย่างไม่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหานี้  ไอเอสโอและธนาคารโลกจึงได้ประกาศความร่วมมือผ่านโครงการการเสริมสร้างขีดความสามารถ (Capacity Building) เพื่อสนับสนุนทรัพยากรและองค์ความรู้เพื่อให้การมีส่วนร่วมและอำนาจในการตัดสินใจจากทั่วทุกมุมโลกรวมถึงประเทศกำลังพัฒนาได้รับการพิจารณาอย่างเท่าเทียมกัน

Roadmap 2026 จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติจริง
​ก้าวต่อไปที่น่าจับตามองคือในเดือนมกราคม 2569 (ค.ศ.2026)  ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ไอเอสโอและธนาคารโลกจะจัดกิจกรรมพิเศษอย่างต่อเนื่องร่วมกันเพื่อขยายผลจากรายงานดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติจริงโดยเน้นเรื่องหลักๆ 3 เรื่อง ได้แก่ 1) ความครอบคลุม (Inclusion) ซึ่งหมายถึงการดึงประเทศกำลังพัฒนาเข้าสู่ห่วงโซ่คุณค่าโลก (Global Value Chain) 2) การลงมือปฏิบัติ (Action) ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนหลักการในรายงานให้เป็นแนวทางที่ทำได้จริงในภาคธุรกิจ 3) ความเจริญก้าวหน้า (Prosperity) ซึ่งหมายถึงการสร้างความเจริญรุ่งเรืองที่ยั่งยืนผ่านมาตรฐานที่ถูกต้อง

เลขาธิการไอเอสโอกล่าวในท้ายที่สุดว่าเมื่อมาตรฐานได้รับการพัฒนาอย่างถูกต้อง มาตรฐานนั้นก็จะส่งผลต่อการทำงานอย่างและมีประสิทธิภาพอยู่เบื้องหลังอย่างเงียบๆ จนเราลืมไปว่ามาตรฐานนั้นมีอยู่ แต่ผลลัพธ์คือความเจริญก้าวหน้าและการพัฒนาที่จับต้องได้จริง

หากท่านสนใจข้อมูลองค์ความรู้หรือต้องการพัฒนาเกณฑ์หรือมาตรฐานต่างๆ สำหรับองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อส่งเสริมการดำเนินงานอย่างมีคุณภาพ สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ฝ่ายบริการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน โทรศัพท์ 026171723 – 36  Email: [email protected]  

ที่มา: https://shorturl.at/Ds4Cg  

 6,351 ผู้เข้าชมทั้งหมด