ISO 45003 เกราะป้องกันสุขภาพจิตในสถานที่ทำงาน

Share

ซึโยชิ อากิยามะ ประธานสหพันธุ์สุขภาพจิตโลก หรือ WFMH  (World Federation for Mental Health) ได้กล่าวเนื่องในวันสุขภาพจิตโลกเมื่อเดือนตุลาคม 2567 (ค.ศ.2024) ว่า “ผู้ใหญ่บางคนใช้เวลาทำงานมากกว่ากิจกรรมอื่น ๆ เพื่อสร้างรายได้เลี้ยงชีพ แต่สำหรับคนอีกจำนวนมาก การทำงานกลับไม่ตอบโจทย์ความต้องการของตนเอง ไม่ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น และส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตตามมา”

สุขภาพจิตจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากพอๆ กับสุขภาพกาย และในช่วงของการระบาดของ COVID-19 ก็ได้ทำให้เกิดความตระหนักเรื่องสุขภาพจิตในสถานที่ทำงานมากขึ้น และเพื่อช่วยในเรื่องข้อกังวลเหล่านี้ ไอเอสโอหรือองค์กรระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐานจึงได้พัฒนามาตรฐานฉบับใหม่คือ ISO 45003, Occupational health and safety management — Psychological health and safety at work — Guidelines for managing psychosocial risks เมื่อเดือนมิถุนายน 2564 (ค.ศ.2021) เพื่อจัดการกับสุขภาพจิตในสถานที่ทำงานโดยมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทำให้มีสุขภาพดี ปลอดภัย และส่งเสริมสุขภาพจิตของคนทำงาน

ISO 45003 มีความสำคัญสำหรับสถานประกอบการอย่างไร
ISO 45003 ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดการความเสี่ยงทางจิตสังคม เช่น ความเครียด ความเหนื่อยล้า และความวิตกกังวล ซึ่งอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อสุขภาพจิตของพนักงานได้ซึ่งการนำ ISO 45003 ไปใช้ จะทำให้สถานประกอบการสามารถดำเนินการต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • ระบุและประเมินความเสี่ยงโดยระบุปัจจัยต่างๆ เช่น ปริมาณงานที่มากเกินไป การสื่อสารที่ไม่ดี และวัฒนธรรมการทำงานที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตได้
  • นำมาตรการป้องกันมาใช้ อันเป็นการดำเนินการเชิงรุกเพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงาน เช่น การให้การฝึกอบรมที่เหมาะสม การส่งเสริมความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน และการส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นบวก
  • เสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานโดยสร้างวัฒนธรรมแห่งการดูแลและการสนับสนุน ซึ่งพนักงานจะรู้สึกมีคุณค่าและมีอำนาจ
  • เพิ่มผลผลิตและนวัตกรรม กล่าวคือ พนักงานที่มีสุขภาพจิตดีคือพนักงานที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิผลและสร้างสรรค์มากขึ้น
  • ปฏิบัติตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล สามารถก้าวล้ำไปมากกว่ากฎระเบียบด้านสุขภาพและความปลอดภัยในสถานที่ทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป

สำหรับ ISO 45003 สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องเรียนรู้มีดังต่อไปนี้
–      การให้ความสำคัญกับสุขภาพจิต และตระหนักว่าสุขภาพจิตมีความสำคัญพอๆ กับสุขภาพกาย
–      การสร้างวัฒนธรรมที่สนับสนุนโดยส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นบวกอย่างครอบคลุม
–      การจัดเตรียมทรัพยากรที่เหมาะสมโดยลงทุนในการฝึกอบรมพนักงาน บริการให้คำปรึกษา และโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพ

  • การส่งเสริมการสื่อสารแบบเปิดโดยสร้างช่องทางให้พนักงานแบ่งปันความรู้สึกต่างๆ และสามารถแบ่งปันหรือให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้
  • การเป็นแบบอย่างของผู้นำที่ดีด้วยการแสดงความเห็นอกเห็นใจ มีความเข้าใจ และมีการทำงานเป็นแบบอย่างที่ดี

การนำ ISO 45003 ไปใช้ในสถานประกอบการไม่เพียงแต่จะสามารถเป็นเกราะปกป้องสุขภาพจิตของพนักงานได้เท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างองค์กรที่มีความยืดหยุ่นและประสบความสำเร็จมากขึ้นอีกด้วย

ที่มา:

1. https://www.thaipbs.or.th/news/content/345135
2.
https://www.iso.org/standard/64283.html

 6,811 ผู้เข้าชมทั้งหมด