“ISO/IEC 4933” มาตรฐานใหม่ล่าสุดที่ทำให้ทุกอุปกรณ์เข้าใจภาษาเดียวกัน

Share
พรรณเพ็ญ วัยเจริญ

เป็นเวลาหลายทศวรรษแล้วที่วิธีการใช้งานคอมพิวเตอร์ของเราถูกกำหนดโดยอุปกรณ์ที่มีอยู่ เราคลิกเมาส์เพราะมีเมาส์ให้ใช้ เราแตะหน้าจอเพราะมีหน้าจอสัมผัส เราคุ้นเคยกับวิธีการเหล่านี้จนคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา แต่ความจริงแล้ว วิธีการเหล่านี้เกิดจากข้อจำกัดของเทคโนโลยี ไม่ใช่เกิดจากสิ่งที่มนุษย์ต้องการจริงๆ

ปัจจุบันเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลงไป เรามี AI  AR/VR และอุปกรณ์อัจฉริยะที่เชื่อมต่อกันมากขึ้นอยู่เสมอและผสมผสานเข้ากับชีวิตจริง ในสภาพแบบนี้ การออกแบบที่ยังคงยึดติดกับอุปกรณ์เป็นหลักจึงกลายเป็นอุปสรรค ความท้าทายที่แท้จริงในยุคนี้ไม่ใช่การทำให้รองรับอุปกรณ์หลายๆ แบบอีกต่อไป แต่คือการเข้าใจว่าผู้ใช้ต้องการอะไรจริงๆ ในแต่ละสถานการณ์

มาตรฐานที่จะช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวคือ  ISO/IEC 4933 Information technology — User interfaces — Unifying input actions across devices ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น “ภาษากลาง” ใหม่ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับวิธีคิดการออกแบบ จากเดิมที่เน้นว่า “ผู้ใช้กดปุ่มอะไร” มาเป็น “ผู้ใช้ต้องการทำอะไร” ด้วยการสร้างระบบที่เข้าใจความต้องการของผู้ใช้ได้โดยไม่จำกัดประเภทของอุปกรณ์

หลักการนี้ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดทางทฤษฎี แต่มีผลกระทบที่เป็นรูปธรรมต่อทุกมิติของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ตั้งแต่การเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ไปจนถึงการแก้ไขปัญหาพื้นฐานด้านจริยธรรมและการเข้าถึงซึ่งสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในมิติต่างๆ ที่สำคัญ 5 มิติ ดังต่อไปนี้

  1. การทำลายการผูกขาดระบบนิเวศ ในอดีต บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งสร้างวิธีการใช้งานที่เป็นของตัวเอง เช่น ท่าทางพิเศษ คำสั่งเสียงเฉพาะ หรือวิธีอ่านค่าจากเซ็นเซอร์แบบเฉพาะ ทำให้ผู้ใช้ติดอยู่กับระบบนั้นๆ การ “ล็อกผู้ใช้” แบบนี้ทำให้เปลี่ยนไปใช้ระบบอื่นยาก และขัดขวางการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ

มาตรฐาน ISO/IEC 4933  เปลี่ยนแนวคิดดังกล่าวโดยแยก “การกระทำ” (เช่น เลือก ยืนยัน เลื่อนดู) ออกจาก “วิธีการสั่ง” (เช่น พูด, มองตา, ทำท่าทาง, สัมผัส) ส่งผลให้ซอฟต์แวร์ไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง  และเกิดตลาดแบบเปิดที่คำสั่งของผู้ใช้สามารถใช้ได้ทุกแพลตฟอร์ม

  1. การวางรากฐานสำหรับการประมวลผลเชิงพื้นที่และเมตาเวิร์ส เรากำลังก้าวเข้าสู่โลกที่ไม่ต้องใช้ปุ่มกดหรือหน้าจออีกต่อไป ในโลก AR และ VR นั้น มือ ตา และแม้แต่สัญญาณจากสมองก็สามารถใช้เป็นตัวควบคุมได้

ถ้าไม่มีมาตรฐานกลางหรือภาษากลาง การใช้งานในโลกเสมือนจริงจะยุ่งเหยิง แต่ละแพลตฟอร์มจะมีท่าทางและวิธีการของตัวเอง มาตรฐาน ISO/IEC 4933  จึงสร้างโครงสร้างที่ทุกคนเข้าใจเหมือนกัน ทำให้การ “หยิบ” ของในโลกเสมือนจริงมีความหมายเดียวกับการ “ลาก” บนคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะใช้อุปกรณ์ยี่ห้อไหน  ตรรกะร่วมกันนี้สำคัญมากสำหรับแอปพลิเคชันในโลกเสมือนจริง ตั้งแต่เมตาเวิร์สสำหรับองค์กรไปจนถึงระบบฝึกอบรมแบบจำลอง

  1. จริยธรรมของข้อมูลการกระทำและความเป็นส่วนตัว คุณค่าที่สำคัญอย่างหนึ่งของมาตรฐาน ISO/IEC 4933 อยู่ที่การปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้เนื่องจากปัจจุบันระบบสามารถเก็บข้อมูลพฤติกรรมที่ละเอียดมาก เช่น การเคลื่อนไหวของดวงตา การเกร็งกล้ามเนื้อ และท่าทาง จึงมีความจำเป็นทางจริยธรรมที่ต้องแยก “สิ่งที่ผู้ใช้ต้องการทำ” ออกจาก “ข้อมูลร่างกายดิบๆ” มาตรฐานนี้เน้นไปที่ความหมายของการกระทำมากกว่าข้อมูลทางชีววิทยา ทำให้สามารถปกป้องความเป็นส่วนตัวโดยประมวลผลความต้องการของผู้ใช้ในเครื่องของพวกเขาเอง สามารถหลีกเลี่ยงการส่งข้อมูลร่างกายที่ละเอียดอ่อนไปที่อื่นโดยไม่จำเป็น และสามารถสร้างระบบที่เข้าใจว่าผู้ใช้ต้องการอะไร ไม่ใช่แค่อ่านสัญญาณจากร่างกายแนวทางนี้เปลี่ยนการปกป้องข้อมูลจากการตั้งกฎเพิ่มเติมทีหลัง มาเป็นการออกแบบระบบให้ปลอดภัยตั้งแต่แรก
  2. การแก้ไขความขัดแย้งระหว่างความแม่นยำกับการเข้าถึงได้ ในอดีต งานที่ต้องการความแม่นยำสูง (เช่น การผ่าตัด การออกแบบ 3D) ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษซึ่งผู้พิการมักใช้ไม่ได้ ในทางกลับกัน การออกแบบเพื่อคนพิการมักถูกมองว่าเป็นเรื่องรอง ไม่ใช่เป็นส่วนหลักของการออกแบบ แต่มาตรฐาน ISO/IEC 4933 แก้ปัญหานี้โดยให้ขั้นตอนการทำงานเดียวกันสามารถทำได้หลายวิธี เช่น ระบบทางการแพทย์ที่ต้องการความแม่นยำสูงสามารถใช้ได้ทั้งจอยสติ๊กและการมองตา อุปกรณ์บนรถเข็นสามารถควบคุมได้ทั้งด้วยการพยักหน้าและเสียงพูดโดยทำงานได้เหมือนกัน สิ่งนี้เปลี่ยนการออกแบบเพื่อคนพิการจากส่วนเสริมที่เพิ่มทีหลัง มาเป็นหลักการสำคัญตั้งแต่ต้น
  3. เตรียมพร้อมสำหรับอนาคตของ Zero-UI เมื่อเอไอทำงานเชิงรุกได้รับการพัฒนาขึ้น เราจึงเข้าสู่ยุค Zero-UI ที่ระบบจะคาดเดาและตอบสนองความต้องการของเราโดยไม่ต้องมีปุ่มกดหรือเมนูให้เห็นซึ่งมาตรฐาน ISO/IEC 4933 รองรับสิ่งนี้โดยกำหนดโครงสร้างความหมายของความต้องการของมนุษย์ที่ทุกอุปกรณ์เข้าใจได้ ไม่ว่าเราจะพูด ทำท่าทาง หรือแค่มอง ความหมายพื้นฐานของความต้องการก็ยังเหมือนเดิม ทำให้ระบบอัจฉริยะสามารถเข้าใจและใช้งานได้

หากเปรียบเทคโนโลยีกับเมือง มาตรฐาน ISO/IEC 4933 ก็เหมือนระบบสาธารณูปโภคที่ซ่อนอยู่ใต้ดิน ไม่ได้โดดเด่นเหมือนตึกระฟ้าหรือถนนสายหลัก แต่กลับเป็นตัวกำหนดว่าเมืองจะเติบโตไปในทิศทางใด น้ำจะไหลไปที่ไหน ไฟฟ้าจะส่งถึงใคร และผู้คนจะสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระเพียงใด มาตรฐานนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงกฎเกณฑ์ทางเทคนิค แต่เป็นรากฐานที่จะทำให้เทคโนโลยีปรับตัวเข้ากับมนุษย์ได้ ไม่ใช่บังคับให้มนุษย์ปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยี คำถามที่เหลือคือเมื่อเทคโนโลยีสามารถเข้าใจเจตนาของเราได้โดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์ใดอุปกรณ์หนึ่ง เราจะใช้อิสรภาพนี้สร้างสรรค์อะไร

หากท่านสนใจข้อมูลองค์ความรู้หรือการฝึกอบรมด้านมาตรฐานการตรวจสอบและรับรอง สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ฝ่ายบริการเทคนิค  โทรศัพท์ 026171723 – 36  Email: [email protected] ; [email protected]

ที่มา: https://www.iso.org/standard/80527.html

 737 ผู้เข้าชมทั้งหมด