ดร.ชวาธิป จินดาวิจักษณ์
ในยุคที่ความยั่งยืนกลายเป็นเป้าหมายหลักขององค์กรทั่วโลก และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความท้าทายที่เร่งด่วน “เศรษฐกิจหมุนเวียน” (Circular Economy: CE) จึงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลายประเทศและบริษัทข้ามชาติต่างตระหนักถึงศักยภาพของแนวคิดนี้ในการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในภาคอุตสาหกรรมที่มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในปริมาณมาก การเปลี่ยนผ่านจากแบบจำลองเศรษฐกิจเชิงเส้น (Linear economy/Take-Make-Dispose) ไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนการผลิตและความเสี่ยงจากการขาดแคลนทรัพยากร แต่ยังเปิดโอกาสในการสร้างนวัตกรรมและแหล่งรายได้ใหม่ที่สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วย
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนในภาคอุตสาหกรรมเป็นกลไกสำคัญที่หลายประเทศและองค์กรชั้นนำให้ความสำคัญในการลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้วัสดุ และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมในระยะยาว (Ellen MacArthur Foundation, 2019) อย่างไรก็ตาม ในบริบทของประเทศไทย การพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนในกลุ่มอุตสาหกรรม upstream และ midstream โดยเฉพาะอุตสาหกรรมผลิตวัสดุกึ่งสำเร็จรูป เช่น สแตนเลสสตีล เหล็กกล้า หรือปิโตรเคมีขั้นกลาง ยังเผชิญกับข้อจำกัดเชิงโครงสร้างในหลายประการ
หนึ่งในอุปสรรคสำคัญคือ ความไม่สมบูรณ์ของระบบ take-back และ reverse logistics ที่จะนำวัสดุที่หมดอายุการใช้งาน (post-consumer recycled: PCR) หรือเศษวัสดุจากการแปรรูปใน downstream (post-industrial recycled: PIR) กลับเข้าสู่กระบวนการผลิตของอุตสาหกรรม upstream และ midstream ได้อย่างครบวงจร (Kalmykova et al., 2018; Geissdoerfer et al., 2017) เนื่องจากอุตสาหกรรม upstream มักเน้นการแปรรูปวัตถุดิบเพื่อป้อน downstream โดยขาดความใกล้ชิดกับตลาดผู้บริโภคปลายทางและไม่มีอำนาจควบคุมการจัดเก็บผลิตภัณฑ์ที่หมดอายุ
แม้จะมีแนวคิดเรื่องหลักการที่ขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิตให้ครอบคลุมวงจรชีวิตของสินค้าและบรรจุภัณฑ์ (Extended Producer Responsibility: EPR) และการจัดการห่วงโซ่อุปทานแบบหมุนเวียน (Circular Supply Chain Management: CSCM) เข้ามาเป็นแนวทางแก้ไขปัญหา แต่ในหลายอุตสาหกรรมของไทยยังขาดระบบนิเวศ (ecosystem) และโครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure) ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนในการรองรับ เช่น ระบบรับคืนผลิตภัณฑ์ (take-back system), การแยกประเภทวัสดุหลังการใช้งาน หรือตลาดสำหรับวัสดุรีไซเคิลที่มาจาก downstream ส่งผลให้ความหมุนเวียน (circularity) ของวัสดุในอุตสาหกรรมยังจำกัดเฉพาะในกระบวนการผลิตภายใน (internal process circularity) และการใช้วัตถุดิบที่มี recycled content จากต่างประเทศ
ในขณะเดียวกัน องค์กรอุตสาหกรรมหลายแห่งพยายามดำเนินโครงการความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility: CSR) โดยใช้ทรัพยากรหรือของเสียจากกระบวนการผลิต เช่น ขี้เลื่อย เศษไม้ หรือเศษโลหะ บริจาคให้กับชุมชนเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ อย่างไรก็ตาม กิจกรรมเหล่านี้ส่วนใหญ่ยังไม่ถือเป็น Circular Economy อย่างแท้จริง เพราะขาดการออกแบบวงจรชีวิตวัสดุ (material flow design) ที่ครบถ้วน และไม่สามารถสร้างวงจรปิดของวัสดุ (closed-loop) ที่กลับมาสู่กระบวนการผลิตได้ (Stoyanova, 2019)
ในปัจจุบัน อุตสาหกรรมการผลิตของไทย โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปโลหะ เช่น สแตนเลสสตีลและเหล็กกล้า กำลังเผชิญกับความท้าทายสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy: CE) ภายใต้บริบทของโครงสร้างอุตสาหกรรมแบบ upstream และ midstream ที่ยังไม่เอื้อต่อการหมุนเวียนวัสดุคืนจากตลาดผู้บริโภคปลายทาง (Post-Industrial Recycled: PIR และ Post-Consumer Recycled: PCR) เข้าสู่กระบวนการผลิตอีกครั้ง (Geissdoerfer et al., 2017; Ellen MacArthur Foundation, 2019) อุตสาหกรรมเหล่านี้ส่วนมากดำเนินงานในรูปแบบ linear supply chain ซึ่งขาดระบบ take-back หรือ reverse logistics ที่รองรับการดึงผลิตภัณฑ์คืนจากตลาด downstream ทั้งจากภาคผู้ใช้ปลายทาง (end-users) และผู้ประกอบการ downstream manufacturing (Geissdoerfer et al., 2018)
ปัญหานี้สะท้อนความเป็นจริงของอุตสาหกรรม midstream ซึ่งมุ่งเน้นการแปรรูปวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูป (semi-finished products) เพื่อป้อนให้กับ downstream sector โดยที่กระบวนการ take-back หรือ closed-loop recycling มักเป็นหน้าที่ของ downstream ซึ่งมีความใกล้ชิดกับตลาดผู้บริโภคมากกว่า (Kalmykova et al., 2018) ส่งผลให้ midstream และ upstream ขาดความสามารถในการควบคุมหรือบริหารจัดการวัสดุที่หมดอายุการใช้งานแล้วอย่างครบวงจร ทั้งที่โดยหลักการ CE จำเป็นต้องออกแบบวงจรชีวิตวัสดุแบบครบถ้วนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ (life cycle approach)
ในบริบทเช่นนี้ องค์กรผู้ผลิตควรทำอย่างไร โปรดติดตามบทความ MASCIIntelligence ครั้งต่อไปในเรื่อง “Circular CSR Model กับการสร้างวงจรเศรษฐกิจหมุนเวียนระดับชุมชน”
ที่มา: https://is4ie.org/resources/documents/34
2,059 ผู้เข้าชมทั้งหมด







