มาตรฐานไอเอสโอส่งเสริมความยั่งยืนระดับโลก

Share

การประชุมของไอเอสโอประจำปี 2567 (ISO Annual Meeting 2024)  จัดขึ้นเพื่อติดตามความท้าทายใหม่ๆ  และบทบาทของมาตรฐานสากลในการบรรลุวาระการพัฒนาอย่างยั่งยืนของโลก  ระหว่างวันที่ 9 – 13 กันยายน 2567 ที่เมืองการ์ตาเฮนา ประเทศโคลอมเบีย   ซึ่งวารสาร MASCIIntelligence ได้กล่าวถึงประเด็นสำคัญของการประชุมในวันที่สองไว้ในบทความเรื่อง “ศักยภาพของเอไอในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้านการดูแลสุขภาพ”  เกี่ยวกับนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนโดยเอไอหรือปัญญาประดิษฐ์ และบทบาทของผู้หญิงในการแวดวงธุรกิจและอุตสาหกรรม

ส่วนการประชุมในวันที่สามคือวันที่ 11 กันยายน 2567 ที่ประชุมได้เน้นถึงความท้าทายระดับโลกที่สำคัญ ได้แก่ ความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพอากาศ เศรษฐกิจหมุนเวียน และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่ยั่งยืนซึ่งผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาได้มาประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับบทบาทสำคัญของมาตรฐานสากลในการขับเคลื่อนแนวทางแก้ไขที่เปลี่ยนแปลงและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคส่วนโดยมีประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้

การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานระดับโลก
การเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตด้านพลังงานที่ยั่งยืนยิ่งขึ้นเป็นหัวข้อหลักซึ่งผู้เชี่ยวชาญของไอเอสโอจากทั่วโลกได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือระดับโลกรวมถึงเวทีต่างๆ เช่น COP29 ที่อาเซอร์ไบจาน และบทบาทของมาตรฐานไอเอสโอในวาระสภาพภูมิอากาศระดับโลก โดยมีใจความสำคัญดังนี้

เมื่อธุรกิจและองค์กรต่างๆ นำมาตรฐานไอเอสโอไปใช้ควบคู่ไปกับกฎระเบียบและนโยบายของรัฐบาลจะสามารถเร่งการนำพลังงานหมุนเวียนไปใช้ ปรับปรุงประสิทธิภาพด้านพลังงาน และสนับสนุนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้ซึ่งบริบททางวัฒนธรรมก็มีความสำคัญเช่นกัน  ตัวอย่างเช่น การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพในระดับท้องถิ่นมีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงทัศนคติและสนับสนุนการนำแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดมาใช้

สำหรับการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพนั้นไม่ใช่แค่การสร้างมาตรฐานที่ดีที่สุดเท่านั้น แต่ยังต้องสื่อสารมาตรฐานเหล่านี้อย่างมีประสิทธิผลต่อธุรกิจอุตสาหกรรมและผู้กำหนดนโยบายด้วย รวมทั้งความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนที่จะสามารถทำให้บรรลุผลสำเร็จในระดับโลกได้ นอกจากนี้ การขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงโดยกลุ่มผู้นำเยาวชนด้านระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (ISO/TC 207) ก็มีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้เช่นกัน

เศรษฐกิจหมุนเวียน

ผู้เชี่ยวชาญของไอเอสโอจากทั่วโลกได้หารือถึงวิธีการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน การเปลี่ยนแปลงทางสังคมนี้ต้องการนวัตกรรม ความร่วมมือ และการเปลี่ยนแปลงทัศนคติซึ่งชุดมาตรฐาน ISO 59000 ได้วางรากฐานสำหรับการนำหลักการหมุนเวียนไปใช้ แต่ยังคงจำเป็นต้องมีแนวทางที่เข้มข้นเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิผล

ประเด็นสำคัญจากผู้เชี่ยวชาญของไอเอสโอ
โอกาสสำหรับมาตรฐานสากลคือมาตรฐานไอเอสโอสามารถช่วยให้แนวทางหมุนเวียนกลายเป็นบรรทัดฐาน ตั้งแต่ข้อมูลของผู้บริโภคไปจนถึงเงินอุดหนุนและรูปแบบธุรกิจ  ตัวอย่างเช่น การฟื้นฟูและการออกแบบด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนซึ่งจำเป็นต้องเน้นที่การฟื้นฟูธรรมชาติและมุ่งเน้นไปที่การออกแบบผลิตภัณฑ์โดยคำนึงถึงการหมุนเวียนเป็นหลัก หรือความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศซึ่งในการประชุมของไอเอสโอในวันที่สามได้เน้นย้ำถึงผลกระทบอันลึกซึ้งของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อละตินอเมริกาและแคริบเบียน ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำถึงบทบาทของมาตรฐานระดับโลกในการปกป้องเกษตรกรรม อนุรักษ์น้ำ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนเพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากสภาพอากาศที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น เช่น ในชุมชนท้องถิ่น การมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาตามธรรมชาติถือเป็นสิ่งสำคัญในการส่งเสริมความสามารถในการฟื้นตัวและสุขภาพสิ่งแวดล้อมซึ่งทำให้มีข้อดีทางเศรษฐกิจคือมีการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนและให้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญในขณะที่ภาคเอกชนก็มีบทบาทสำคัญในการดำเนินการด้านสภาพอากาศโดยนำมาตรฐานสากลมาบูรณาการด้านความยั่งยืนให้เข้ากับแนวทางปฏิบัติทางธุรกิจได้

นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินการด้านสภาพอากาศได้ด้วย เช่น โครงการต่างๆ ด้านการรับรอง (Certification) การจัดหาเงินทุนรายย่อย และพันธบัตรสีเขียว

แม้จะมีความพยายามในการดำเนินการด้านสภาพอากาศทั่วโลก แต่ก็ยังคงประสบปัญหาความไม่สมดุลระหว่างการปรับตัวและการบรรเทาผลกระทบในเรื่องนี้ ผู้เชี่ยวชาญจึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือและบทบาทของมาตรฐานสภาพอากาศของไอเอสโอในการขับเคลื่อนการดำเนินการด้านสภาพอากาศทั่วโลก ตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน เหตุการณ์สภาพอากาศที่รุนแรงอาจส่งผลกระทบต่อสังคมได้      การรับรองความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานจึงกลายเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ขององค์กร

ดังนั้น ธุรกิจและองค์กรต่างๆ ควรใช้แนวทางเชิงรุกโดยระบุภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นผ่านการประเมินตามความเสี่ยงตามมาตรฐาน เช่น มาตรฐาน ISO 45001 และ ISO/PAS 45007 ซึ่งจะช่วยให้องค์กรสามารถจัดการความเสี่ยงด้านสุขภาพและความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้

การประชุมในวันที่สามสิ้นสุดลงด้วยการสำรวจกลยุทธ์และกรณีการใช้งานมาตรฐานรุ่นต่อไปซึ่งจะใช้โปรแกรม SMART ของไอเอสโอและไออีซี (IEC)  ทำให้เปลี่ยนแปลงวิธีการใช้มาตรฐานไปจากเดิมโดยสามารถบูรณาการมาตรฐานเข้าด้วยกันและใช้งานง่ายขึ้น และสามารถตอบสนองความต้องการของสังคม เศรษฐกิจ และพลเมืองโลกได้เป็นอย่างดี

หากสนใจข้อมูลองค์ความรู้หรือบริการด้านการรับรองระบบการจัดการ เช่น มาตรฐานระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มาตรฐานระบบการจัดการเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับองค์กร สอบถามข้อมูลได้ที่ฝ่ายรับรองระบบ  โทรศัพท์ 026171723 – 36  Email: [email protected]  

ที่มา: https://www.iso.org/annualmeeting/2024/live/day3

 984 ผู้เข้าชมทั้งหมด