ดร.ชวาธิป จินดาวิจักษณ์
จากบทความในครั้งที่แล้ว เรื่อง “แนะนำ Circular CSR Model ที่ส่งเสริมหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนในระดับชุมชน” ได้กล่าวถึง 4 มิติหลักของ Circular CSR Model ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำให้ Circular CSR Model ประสบความสำเร็จในการสร้างคุณค่าและได้ผลลัพธ์ตามที่มุ่งหวัง ได้แก่ มิติด้านวัสดุ มิติด้านกระบวนการ มิติด้านตลาด และมิติด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
สำหรับบทความในครั้งนี้ จะขอแนะนำเพิ่มเติมสำหรับองค์ประกอบของกรอบการดำเนินงาน Circular CSR (Circular CSR Framework) ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการทำให้โมเดลดังกล่าวประสบความสำเร็จเช่นกัน ดังต่อไปนี้
Circular CSR Framework: Toward a Community-Integrated Circular Resource Loop (CICRL)
แนวคิดพื้นฐานของโมเดลนี้ คือการเปลี่ยน industrial waste หรือ production scrap ให้เป็น “resource for social circularity” ที่ชุมชนสามารถนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม (Omar, 2017; Bridgens et al., 2018) แม้วัสดุดังกล่าวจะยังไม่สามารถหมุนเวียนกลับเข้าสู่อุตสาหกรรมต้นทาง แต่ก็สามารถสร้างวงจรเศรษฐกิจหมุนเวียนในระดับสังคมฐานราก (grassroots economy) ได้อย่างเป็นรูปธรรม
เพื่อให้เกิดการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรมที่มีข้อจำกัดด้านการจัดการวัสดุหมุนเวียนภายในอุตสาหกรรม (Industrial Loop) องค์กรสามารถพัฒนา Circular CSR Model ผ่านแนวทาง “Community-Integrated Circular Resource Loop” (CICRL) ซึ่งเป็นการขยายวงจรหมุนเวียนของวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิตไปสู่การสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนระดับชุมชนโดยอาศัยแนวทางความร่วมมือ (collaborative approach) ระหว่างภาคอุตสาหกรรม ชุมชน และภาคส่วนอื่นที่เกี่ยวข้อง
Core Principle ของ Model นี้ ประกอบด้วยหลักการสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ 1) การเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ในกระบวนการผลิตให้กลายเป็น “ทรัพยากรทางสังคม” ที่สร้างมูลค่าใหม่ผ่านการแปรรูปและการใช้ซ้ำ (Omar, 2017) และ 2) การเชื่อมโยงอุตสาหกรรมต้นน้ำ (upstream) กับเศรษฐกิจฐานราก (grassroots economy) ผ่านการจัดการ material flow อย่างมีประสิทธิภาพ (Ede, 2021)
องค์ประกอบของ Circular CSR Framework มี 4 ข้อดังต่อไปนี้
- ทรัพยากรหมุนเวียนด้านอุตสาหกรรม (Industrial Circular Resource)
- อุตสาหกรรมทำหน้าที่จัดสรรวัสดุเหลือใช้ เช่น เศษเหล็ก ขี้เลื่อย และวัสดุที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ให้เป็น secondary raw materials ที่พร้อมสำหรับการแปรรูป
- จัดการวัสดุด้วยการคัดแยกตามประเภทและคุณภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยและความเหมาะสมของวัสดุที่ส่งมอบให้ชุมชน
- สร้าง Material Passport เพื่อระบุข้อมูลสำคัญ เช่น แหล่งที่มา, ปริมาณ, และคุณสมบัติของวัสดุ เพื่อความโปร่งใสในการนำไปใช้ต่อในกระบวนการผลิตของชุมชน
- การพัฒนาวิสาหกิจด้านการหมุนเวียนให้กับชุมชน (Community Circular Enterprise Development)
- ชุมชนพัฒนาเป็นกลุ่ม Circular Micro Enterprise หรือวิสาหกิจชุมชนที่รับผิดชอบการแปรรูปวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ทำสวน หรืออุปกรณ์ป้องกันภัย (Bridgens et al., 2018)
- ส่งเสริมความรู้และทักษะด้าน eco-design, upcycling, modular design และ circular production เพื่อยกระดับความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืน
- จัดการผลิตและวางแผน material flow เพื่อให้การใช้วัสดุเหลือใช้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เช่น การคำนวณอัตราการใช้ scrap ต่อ product หนึ่งหน่วย
- แพลตฟอร์มเศรษฐกิจหมุนเวียนร่วมกัน (Shared Circular Economy Platform)
- พัฒนาระบบ platform สำหรับเชื่อมโยง industrial waste – community – market เพื่อบริหารจัดการการแลกเปลี่ยนทรัพยากร เช่น web application, online marketplace หรือระบบจัดการ supply chain ร่วมกัน
- ส่งเสริมความโปร่งใสของการเคลื่อนย้ายวัสดุด้วยการติดตาม material flow tracking เช่น QR Code หรือ blockchain เพื่อตรวจสอบที่มาของวัสดุแต่ละชิ้นอย่างชัดเจน (Stoyanova, 2019)
- ธรรมาภิบาลระบบนิเวศ CSR หมุนเวียน (Circular CSR Ecosystem Governance)
- จัดตั้ง Joint CSR Governance Committee ประกอบด้วยตัวแทนจากภาคอุตสาหกรรม (Industrial Partner), ชุมชน (Community Partner) และหน่วยงานภาครัฐ/องค์กรพัฒนาเอกชน
- กำหนดตัวชี้วัด (KPI) และจัดทำรายงาน Circular CSR Performance เพื่อประเมินผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงเป็นข้อมูลประกอบการพัฒนา ecosystem ในระยะยาว (Ede, 2021)
โมเดล Circular CSR นี้เปรียบเสมือนการสร้างสะพานที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เข้ากับเศรษฐกิจฐานรากในชุมชนผ่านการหมุนเวียนของทรัพยากรที่เคยถูกมองว่าเป็นของเสีย หากเปรียบอุตสาหกรรมเป็น “ต้นไผ่ขนาดใหญ่” ที่มีใบและกิ่งต่างๆ ร่วงหล่นลงมา ชุมชนก็เป็นเสมือน “มดตะนอย” ที่มีความสามารถในการเก็บเศษใบไผ่เหล่านั้นมาสร้างสรรค์เป็นรังใหม่อันเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า การทำงานร่วมกันนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดปริมาณขยะจากอุตสาหกรรม แต่ยังสร้างรายได้และความเข้มแข็งให้กับชุมชนด้วยซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าเศรษฐกิจหมุนเวียนสามารถเกิดขึ้นได้จริงแม้ในบริบทที่มีข้อจำกัดทางเทคนิค
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จะชี้บ่งความสำเร็จของ Circular CSR Model ก็คือตัวชี้วัดหรือ Key Performance Indicators (KPIs) ซึ่งจะนำเสนอในบทความครั้งต่อไปในเรื่อง “จากแนวคิดของ Circular CSR Model สู่การสร้างตัวชี้วัดให้ประสบความสำเร็จ”
1,491 ผู้เข้าชมทั้งหมด







