พรรณเพ็ญ วัยเจริญ
ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ได้แทรกซึมเข้าไปในแทบทุกมิติของชีวิต ตั้งแต่การวินิจฉัยโรคในโรงพยาบาล การควบคุมสายการผลิตในโรงงาน ไปจนถึงการอนุมัติสินเชื่อในธนาคารและการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียน คำถามที่รัฐบาล องค์กร และภาคประชาสังคมทั่วโลกต่างถามพร้อมกันคือ เราจะเชื่อถือ AI ได้อย่างไร เราจะกำกับดูแล AI อย่างมีความรับผิดชอบได้อย่างไร และจากแนวทางที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศจะต้องมีการประสานงานข้ามพรมแดนกันอย่างไร
คำตอบที่เป็นรูปธรรมข้อหนึ่งซึ่งกำลังได้รับความสนใจมากขึ้นก็คือ “มาตรฐานสากล” โดยมีจุดเริ่มต้นจากการประชุมสุดยอดมาตรฐาน AI เมื่อเดือนธันวาคม 2568 ที่กรุงโซลซึ่งมีองค์กรมาตรฐานระดับสากล 3 แห่ง ได้แก่ IEC ISO และ ITU ได้ร่วมกันประกาศ “แถลงการณ์โซล” (Seoul Statement) ซึ่งเป็นพันธสัญญาร่วมกันในการผลักดันบทบาทของมาตรฐานสากลให้เป็นเครื่องมือสนับสนุน AI ที่น่าเชื่อถือ
แถลงการณ์นี้ไม่ใช่มาตรฐานทางเทคนิคในตัวเอง แต่เป็นการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันว่ามาตรฐานสากลจะเข้ามามีบทบาทอย่างไรในการออกแบบ พัฒนา ใช้งาน และกำกับดูแลระบบ AI อย่างมีความรับผิดชอบ สำหรับ ISO แถลงการณ์ฉบับนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงความทะเยอทะยานเชิงนโยบายเข้ากับการนำไปปฏิบัติจริง พร้อมทั้งตอกย้ำความจริงที่ว่า การกำกับดูแล AI ไม่ใช่เพียงเรื่องทางเทคนิค แต่ยังเกี่ยวพันกับผู้คน สถาบัน แนวปฏิบัติขององค์กร กรอบกฎหมาย และความไว้วางใจของสาธารณชนไปพร้อมกัน
เหตุใดมาตรฐานสากลจึงสำคัญ
ระบบ AI ในปัจจุบันได้ก้าวข้ามเขตแดนของประเทศต่างๆ โดยได้รับการพัฒนาในที่หนึ่งและนำไปใช้งานในอีกที่หนึ่ง ครอบคลุมภาคส่วนที่หลากหลาย ตั้งแต่สาธารณสุขและการผลิต ไปจนถึงการขนส่ง การเงิน การศึกษา และบริการภาครัฐ ดังนั้น ประโยชน์และความเสี่ยงของ AI จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงองค์กรใดองค์กรหนึ่ง ตลาดใดตลาดหนึ่ง หรือประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น
ความท้าทายที่ตามมาคือ แต่ละประเทศและแต่ละภูมิภาคอาจเลือกใช้นโยบายหรือแนวทางกำกับดูแลที่แตกต่างกัน ในขณะที่องค์กรต่าง ๆ ยังคงต้องการวิธีปฏิบัติที่ใช้ได้จริงในการออกแบบ จัดการ และประเมินระบบ AI อย่างสม่ำเสมอและน่าเชื่อถือ มาตรฐานสากลจึงเข้ามาช่วยเติมเต็มช่องว่างนี้ด้วยการเป็นภาษากลาง เป็นกรอบการทำงานร่วมกัน และเป็นแนวทางเชิงปฏิบัติที่ช่วยสร้างความสอดคล้องระหว่างระบบกำกับดูแลที่ต่างกัน พร้อมทั้งลดการแบ่งแยกที่ไม่จำเป็นลง
นอกจากนี้ มาตรฐานยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นในระบบ AI ได้โดยตรงด้วยการวางแนวทางด้านความปลอดภัย การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล ความโปร่งใส การบริหารความเสี่ยง คุณภาพของข้อมูล การกำกับดูแลโดยมนุษย์ และความรับผิดชอบ เมื่อผนวกเข้ากับกฎระเบียบ นโยบาย การประเมินความสอดคล้อง และการสร้างขีดความสามารถขององค์กร มาตรฐานจะช่วยแปลงเป้าหมายเชิงนโยบายระดับสูงให้กลายเป็นแนวปฏิบัติที่จับต้องได้จริง
สี่พันธสัญญาเพื่อ AI ที่น่าเชื่อถือ
แถลงการณ์โซลได้วางกรอบการทำงานไว้ 4 ด้าน ที่ชุมชนมาตรฐานสากลจะร่วมผลักดัน ได้แก่
- การใช้แนวทางเชิงสังคมและเทคนิคควบคู่กัน เพราะการกำกับดูแล AI ไม่ได้จำกัดอยู่แค่อัลกอริทึม โมเดล หรือโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงวิธีที่ระบบ AI มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนและสังคมด้วย มาตรฐานจึงต้องพิจารณาทั้งประสิทธิภาพทางเทคนิคและกระบวนการขององค์กร การกำกับดูแลโดยมนุษย์ การบริหารความเสี่ยง และความไว้วางใจไปพร้อมกัน เพื่อให้มาตรฐาน AI สอดคล้องกับการใช้งานจริง
- การทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างมาตรฐานกับสิทธิมนุษยชนอย่างถูกต้อง พันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนเป็นหน้าที่ของรัฐและผู้ร่างกฎหมาย มาตรฐานไม่ได้เข้ามาแทนที่ความรับผิดชอบเหล่านั้น แต่ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กรจัดการด้านเทคนิคและองค์กรของ AI ในลักษณะที่สอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายที่มีอยู่ โดยทำงานควบคู่ไปกับนโยบายสาธารณะและกรอบกฎหมาย ไม่ใช่แทนที่กัน
- การสนับสนุนการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายฝ่ายอย่างครอบคลุม เพราะ AI ที่น่าเชื่อถือไม่อาจเกิดจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงลำพัง ทั้งรัฐบาล หน่วยงานกำกับดูแล ภาคอุตสาหกรรม ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค และผู้ใช้งาน ล้วนต้องมีที่ทางในกระบวนการนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การมีส่วนร่วมจากภูมิภาคและระดับการพัฒนาที่หลากหลาย เนื่องจาก AI ส่งผลกระทบต่อแต่ละประเทศและชุมชนแตกต่างกันไป ระบบของ ISO ที่ยึดหลักสมาชิกภาพและฉันทามติผ่านสถาบันมาตรฐานแห่งชาติและคณะกรรมการวิชาการจึงเป็นกลไกสำคัญที่เปิดพื้นที่ให้มุมมองที่หลากหลายเข้ามามีส่วนร่วมกำหนดมาตรฐานที่ตอบโจทย์ทั้งความต้องการในทางปฏิบัติ ประสบการณ์เฉพาะพื้นที่ และความเชี่ยวชาญระดับโลกไปพร้อมกัน
- การเสริมสร้างขีดความสามารถและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพราะท้ายที่สุดแล้ว มาตรฐานจะสร้างผลกระทบที่แท้จริงได้ก็ต่อเมื่อผู้คนทั่วโลกนำไปปฏิบัติใช้อย่างจริงจัง
จากนโยบายสู่การปฏิบัติ
สิ่งที่แถลงการณ์โซลตอกย้ำให้เห็นอย่างเด่นชัดคือ มาตรฐานสากลเป็นสะพานเชื่อมระหว่างความทะเยอทะยานเชิงนโยบายกับการปฏิบัติจริงในระดับองค์กร เมื่อทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมร่วมมือกันผลักดันให้มาตรฐานเหล่านี้มีการนำไปใช้อย่างกว้างขวาง โลกก็จะสามารถก้าวไปสู่เป้าหมายของการมี AI ที่ปลอดภัย โปร่งใส และน่าเชื่อถือเพื่อประโยชน์ของผู้คนทุกกลุ่มทั่วโลกอย่างแท้จริง
หากท่านสนใจข้อมูลองค์ความรู้หรือขอรับรองตามมาตรฐานระบบการจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศหรือมาตรฐานอื่นๆ สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ฝ่ายรับรองระบบ โทรศัพท์ 026171723 – 36 Email: [email protected]
ที่มา: https://shorturl.at/alUm3
200 ผู้เข้าชมทั้งหมด







