พรรณเพ็ญ วัยเจริญ
ในขณะที่ผู้นำจากทั่วโลกกำลังหารือเรื่องการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กรุงลอนดอนในช่วง London Climate Action Week 2026 ธรรมชาติกลับส่งสัญญาณเตือนที่ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใด ๆ ด้วยการแผ่คลื่นความร้อนที่ทำลายสถิติไปทั่วทวีปยุโรป สัญญาณเตือนนี้ทำให้เราตระหนักว่าการมีคำมั่นสัญญาเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ โลกธุรกิจและสถาบันต่าง ๆ กำลังเผชิญกับความคาดหวังที่สูงขึ้นในการเปลี่ยนคำประกาศด้านความยั่งยืนให้เป็นการปฏิบัติที่น่าเชื่อถือและเป็นรูปธรรมโดยสามารถวัดผลได้ ตรวจสอบได้ และสร้างความไว้วางใจให้กับผู้มีส่วนได้เสียอย่างแท้จริง
การที่จะบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) นั้น หัวใจสำคัญอยู่ที่ “ความสอดคล้อง” (Alignment) หรือการที่ทุกภาคส่วนพูด “ภาษาเดียวกัน” ในการวางเป้าหมาย การวัด การรายงาน และการทวนสอบผลลัพธ์ด้านสภาพภูมิอากาศ พร้อมทั้งลดความกระจัดกระจายของกรอบการดำเนินงานที่มีอยู่มากมายในปัจจุบัน
ก้าวสู่กรอบมาตรฐานที่สอดคล้องกัน
ISO ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเชื่อมโยงมาตรฐานด้านก๊าซเรือนกระจกและสภาพภูมิอากาศให้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบผ่านกลุ่มมาตรฐานสำคัญ เช่น ISO 14064‑1 การวัดและรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับองค์กร ISO 14064‑2 การวัดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับโครงการ ISO 14064‑3 การทวนสอบ/การตรวจสอบความใช้ได้ของข้อความอ้างอิงด้าน GHG ISO 14065 ข้อกำหนดสำหรับหน่วยตรวจสอบความใช้ได้และทวนสอบก๊าซเรือนกระจก (Validation and Verification Body) และ ISO 14067 สำหรับการวัด การติดตาม การรายงาน และการทวนสอบการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับผลิตภัณฑ์ และบนรากฐานดังกล่าวนี้เอง ISO อยู่ระหว่างการพัฒนามาตรฐานใหม่ คือ ISO 14060, Net Zero Aligned Organizations ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อกำหนดกรอบและนิยามสำหรับองค์กรที่ต้องการจัดแนวกลยุทธ์และการดำเนินงานให้สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero โดยเชื่อมโยงกับ IWA 42 (ไอเอสโอคาดว่า IWA 42 จะมาแทนที่ ISO 14060) การพัฒนามาตรฐานนี้จึงเปรียบเสมือนการวางโครงสร้างกลางที่ช่วยให้องค์กรทั่วโลกใช้ชุดมาตรฐานที่สอดประสานกันในการเดินหน้าไปสู่ Net Zero อย่างมีทิศทางเดียวกัน
ขณะเดียวกัน ภาคการเงินก็ได้รับแรงผลักดันอย่างต่อเนื่องให้เป็นกลไกหลักในการจัดสรรเงินทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศด้วยมาตรฐานและกรอบแนวทางด้านการวางแผนการเปลี่ยนผ่านและการประเมินความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศของพอร์ตการลงทุนซึ่งถึงแม้ว่ามาตรฐานบางฉบับยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา แต่ภาพรวมก็ยังชี้ให้เห็นทิศทางเดียวกันคือ การทำให้การตัดสินใจด้านการเงิน สอดคล้องและสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ในระยะยาว
เมื่อ ISO และ GHG Protocol ใช้ภาษาเดียวกัน
หนึ่งในประเด็นสำคัญเพื่อให้การดำเนินการ Net Zero น่าเชื่อถือ คือการทำให้มาตรฐานและกรอบการวัดผลมีความสอดคล้องเป็นภาษาเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระหว่างมาตรฐานของ ISO กับ Greenhouse Gas Protocol (GHG Protocol) ที่องค์กรทั่วโลกใช้กันอย่างแพร่หลายในการจัดทำบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Scope 1, 2 และ 3)
การจัดวางแนวระหว่างชุดมาตรฐาน ISO 14060 กับ GHG Protocol ให้มีความสอดคล้องช่วยให้การวัด การรายงาน และการทวนสอบข้อมูลการปล่อยที่องค์กรดำเนินการสามารถลดช่องว่าง และลดความสับสนที่เกิดจากการใช้กรอบที่หลากหลายเกินไป กรอบงานทั้งสองจึงทำงานเสริมกันโดย GHG Protocol ทำให้โครงสร้างบัญชี GHG ที่ชัดเจนในขณะที่ ISO วางหลักการและข้อกำหนดสำหรับการวัดและการตรวจประเมินที่นำไปใช้ได้อย่างเป็นระบบในระดับสากล
ISO ผนึกกำลังพันธมิตรระดับโลก เสริมสร้างความไว้วางใจ
ความพยายามของ ISO ได้รับแรงสนับสนุนจากเวทีระดับโลกที่มุ่งสร้างความไว้วางใจให้กับมาตรฐานด้านสภาพภูมิอากาศและการกล่าวอ้างการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ตัวอย่างสำคัญคือบทบาทของ Oxford Net Zero เครือข่ายนักวิจัยของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดที่พัฒนาแนวทางและหลักการสำหรับการตั้งเป้าหมาย Net Zero และการชดเชยคาร์บอนอย่างมีความรับผิดชอบเพื่อหลีกเลี่ยงการฟอกเขียว และยกระดับคุณภาพของการดำเนินการด้าน Net Zero ให้เป็นที่ยอมรับทั่วโลก
บนเวทีลักษณะเดียวกันนี้ องค์กรภาคเอกชนและมูลนิธิระหว่างประเทศ เช่น IKEA Foundation รวมทั้งพันธมิตรรายอื่น ๆ ได้เข้ามาร่วมสนับสนุนทั้งในด้านองค์ความรู้ ทุน และการริเริ่มโครงการนำร่องเพื่อสร้างกรอบการทำงานที่ชอบธรรมสำหรับองค์กรที่ต้องการขับเคลื่อน Net Zero ในระดับการปฏิบัติที่สามารถตรวจสอบได้
ส่วนภาคธุรกิจ สภาธุรกิจโลกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (WBCSD) ทำหน้าที่เป็นเวทีสำคัญที่รวมบริษัทชั้นนำและผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อร่วมกันกำหนดวิสัยทัศน์และแนวทางการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำโดย Peter Bakker ประธานและซีอีโอของ WBCSD เน้นย้ำว่า แม้ว่าจะมีการกำหนดเป้าหมาย Net Zero ไว้แล้ว แต่หากปราศจากความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคการเงิน และสังคมพลเมือง ความสำเร็จย่อมเป็นสิ่งที่เกินเอื้อม
รายงานและบทวิเคราะห์จาก BSI ที่ศึกษาสถานะการดำเนินการ Net Zero ในกลุ่มประเทศ G7 ก็สะท้อนข้อเท็จจริงในทำนองเดียวกันว่าโลกธุรกิจไม่สามารถพึ่งพาเพียงมาตรฐานเดี่ยว ๆ ได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องอาศัยชุดเครื่องมือที่สอดคล้องกัน ทั้งด้านมาตรฐาน เทคนิคการวัดผล และกรอบการรายงานความยั่งยืน เพื่อสร้างการเปลี่ยนผ่านที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนในระยะยาว
การตระหนักว่าไม่มีองค์กรใดสามารถแก้ไขความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศได้เพียงลำพังคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง องค์กรชั้นนำจำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านจากการตอบสนองเชิงรับไปสู่การสร้างความสามารถในการฟื้นตัวและความยั่งยืนที่แท้จริงโดยใช้มาตรฐานสากลและกรอบงานเหล่านั้นเป็นเข็มทิศในการออกแบบยุทธศาสตร์ การลงทุน และการดำเนินงานในทุกระดับที่จะทำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั่วโลกเกิดความไว้วางใจ
ท่านที่สนใจองค์ความรู้หรือบริการด้านความยั่งยืน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายทวนสอบด้านความยั่งยืน Email: [email protected] หรือโทรศัพท์ 026171723 – 36
ที่มา: https://www.facebook.com/isostandards
106 ผู้เข้าชมทั้งหมด







